วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม 2569

Login
Login

'มาดามเดียร์' นำ Liberator เปิดวิสัยทัศน์ AI พลิกโฉมการลงทุน สู่ Investment for Everyone

บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) ร่วมเปิดมุมมองอนาคตของ AI กับการลงทุนบนเวที Techsauce Global Summit 2026 ในหัวข้อ “Would You Dare to Let AI Invest for You 100%?” ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  โดยมี วทันยา บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บล.ลิเบอเรเตอร์ ขึ้นเสวนาร่วมกับ ธานินทร์ แซมมณี จาก Deepscope และ เมธพนธ์ อมรธีรสรรค์ เจ้าของเพจหุ้นเปลี่ยนโลก

 

ท่ามกลางกระแส AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งโลกธุรกิจและพฤติกรรมการลงทุน ประเด็น “AI จะสามารถลงทุนแทนเราได้ 100% หรือไม่” ถูกนำมาพูดคุยในช่วงเสวนาของงาน Techsauce Global Summit 2026 เพื่อชวนมองให้ไกลกว่าการใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือค้นหาและสรุปข้อมูล ไปสู่คำถามว่า เทคโนโลยีพร้อมแค่ไหนที่จะเข้ามามีบทบาทในกระบวนการตัดสินใจและบริหารการลงทุนจริง

วทันยา บุนนาค หรือ “มาดามเดียร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดมุมมองว่า โจทย์สำคัญของการนำ AI เข้ามาใช้ในโลกการลงทุน ไม่ได้อยู่ที่การทำให้เทคโนโลยี “ฉลาด” มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้เทคโนโลยีสามารถช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูล เครื่องมือ และกระบวนการตัดสินใจที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้น

'มาดามเดียร์' นำ Liberator เปิดวิสัยทัศน์ AI พลิกโฉมการลงทุน สู่ Investment for Everyone

ในวันที่ AI สามารถช่วยประมวลผลข้อมูล ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์สินทรัพย์ และสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงได้มากขึ้น สิ่งที่ยังไม่สามารถถูกยกให้เทคโนโลยีเป็นผู้กำหนดแทนเจ้าของเงินทั้งหมด คือ ระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้ เป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการลงทุน และแผนชีวิตของแต่ละบุคคล

ดังนั้น การพูดถึง “AI ลงทุนแทน 100%” จึงไม่ได้หมายถึงการปล่อยให้ AI มีอิสระในการตัดสินใจทุกอย่างแทนมนุษย์ แต่เป็นการทำให้เทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยดำเนินกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความเสี่ยงและเงื่อนไขที่เจ้าของเงินเป็นผู้กำหนด

แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนทิศทางของ Liberator ที่มองว่า เครื่องมือการลงทุนที่มีคุณภาพไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ หรือผู้ที่มีทรัพยากรในการเข้าถึงบริการทางการเงินระดับสูงเท่านั้น แต่เทคโนโลยีควรถูกนำมาใช้เพื่อลดข้อจำกัดเหล่านั้น และทำให้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสามารถเข้าถึงนักลงทุนทั่วไปได้มากขึ้น ภายใต้แนวคิด Investment for Everyone

LLM ช่วย “เข้าใจข้อมูล” ขณะที่ระบบวิเคราะห์เชิงตัวเลขช่วย “วัดและตัดสินใจอย่างเป็นระบบ”

ขณะที่ ธานินทร์ แซมมณี จาก Deepscope ได้ขยายภาพในเชิงเทคนิคถึงบทบาทที่แตกต่างกันระหว่าง Large Language Model (LLM) หรือระบบ AI ที่สามารถอ่านและทำความเข้าใจภาษามนุษย์ กับ ระบบวิเคราะห์เชิงตัวเลขและกฎเกณฑ์การลงทุน ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่กำลังถูกนำมาใช้ในโลกการลงทุน

'มาดามเดียร์' นำ Liberator เปิดวิสัยทัศน์ AI พลิกโฉมการลงทุน สู่ Investment for Everyone

LLM มีจุดเด่นด้านการอ่าน ทำความเข้าใจ และเชื่อมโยงข้อมูลจำนวนมากในรูปแบบภาษา สามารถช่วยนักลงทุนค้นหาข้อมูล อ่านและสรุปข่าว วิเคราะห์งบการเงิน หรือทำความเข้าใจประเด็นสำคัญของบริษัทได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำคำตอบจาก LLM ไปใช้เป็นคำตัดสินด้านการลงทุนโดยตรงยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะความเสี่ยงจาก Hallucination หรือการสร้างข้อมูลที่คลาดเคลื่อน รวมถึงคุณภาพและที่มาของข้อมูลที่ถูกนำมาใช้ในการประมวลผล

ในทางกลับกันระบบวิเคราะห์เชิงตัวเลขและกฎเกณฑ์การลงทุนจะนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการวัดและเปรียบเทียบภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน เช่น การเติบโตของกำไร ระดับราคาหุ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าที่เหมาะสม แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคา และระดับความเสี่ยง ก่อนเปลี่ยนข้อมูลไปสู่กระบวนการ ข้อมูล → คะแนน → สัญญาณ → การตัดสินใจ เพื่อช่วยให้การวิเคราะห์และตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบมากขึ้น

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกว่า LLM หรือระบบวิเคราะห์เชิงตัวเลขตัวใดดีกว่ากัน เพราะเทคโนโลยีทั้งสองทำหน้าที่แตกต่างกัน LLM ช่วยให้นักลงทุน “อ่านและเข้าใจข้อมูล” ได้เร็วขึ้น ขณะที่ระบบวิเคราะห์เชิงตัวเลขช่วยนำข้อมูลเหล่านั้นมา “วัด เปรียบเทียบ และสร้างสัญญาณสำหรับการตัดสินใจ”

การพัฒนา AI สำหรับการลงทุนจึงไม่ควรพึ่งพาเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถเชื่อมต่อความสามารถของ AI เข้ากับข้อมูลที่มีคุณภาพและระบบวิเคราะห์ที่ใช้หลักเกณฑ์ชัดเจน เพื่อให้การตัดสินใจมีที่มาและสามารถตรวจสอบได้มากขึ้น

มีข้อมูลมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะลงทุนได้ดีขึ้น หากยังแพ้อารมณ์ตัวเอง

ด้าน เมธพนธ์ อมรธีรสรรค์ เจ้าของเพจหุ้นเปลี่ยนโลก ในฐานะตัวแทนมุมมองของนักลงทุน สะท้อนว่า อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของโลกการลงทุนไม่ได้อยู่ที่การมีข้อมูลไม่เพียงพอ แต่คือการรักษา “วินัยในการลงทุน” แม้นักลงทุนจะศึกษาข้อมูล มีเหตุผลในการเลือกลงทุน และวางแผนระยะยาวไว้แล้ว แต่เมื่อตลาดเกิดความผันผวนหรือมีกระแสข่าวเข้ามาในระยะสั้น ความกลัวและความโลภ หรือ Fear and Greed ยังสามารถทำให้นักลงทุนไขว้เขวและตัดสินใจออกจากแผนเดิมได้ง่าย

'มาดามเดียร์' นำ Liberator เปิดวิสัยทัศน์ AI พลิกโฉมการลงทุน สู่ Investment for Everyone

ยิ่งในยุคที่ AI สามารถสร้างและสรุปข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว การมีข้อมูลมากขึ้นจึงไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้นเสมอไปหากนักลงทุนไม่สามารถประเมินคุณภาพของข้อมูลและควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

บทบาทของ AI ที่มีคุณค่าต่อนักลงทุนในอนาคตจึงอาจไม่ใช่เพียงการตอบคำถามว่า “ควรซื้ออะไร” หรือ “ควรขายเมื่อไร” แต่ควรสามารถช่วยจัดการข้อมูล สร้างกระบวนการตัดสินใจที่มีระบบ และช่วยให้นักลงทุนรักษาวินัยตามกรอบที่ตัวเองกำหนดไว้ได้มากขึ้น

จาก AI ผู้ช่วย สู่เครื่องมือที่ช่วยดูแล “กระบวนการลงทุน”

เมื่อมองภาพรวมจากทั้งมุมเทคโนโลยี นักลงทุน และผู้ให้บริการด้านการลงทุน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า AI จะเก่งพอที่จะลงทุนแทนมนุษย์ได้หรือไม่ แต่คือ เราจะออกแบบ AI อย่างไรให้สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม

สำหรับ Liberator ทิศทางดังกล่าวหมายถึงการพัฒนา AI ให้ก้าวไปไกลกว่าบทบาทของเครื่องมือถาม–ตอบ หรือผู้ช่วยค้นหาข้อมูล โดยให้ความสำคัญกับการทำงานบนข้อมูลที่ถูกต้องและมีคุณภาพ มีฐานข้อมูลที่เป็นระบบ และมีกระบวนการวิเคราะห์ที่ชัดเจน เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถนำมาใช้สนับสนุนกระบวนการลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อนำแนวคิดดังกล่าวไปต่อยอดสู่บริการด้าน AI รูปแบบใหม่ โดยมุ่งพัฒนาเครื่องมือที่สามารถช่วยนักลงทุนจัดการข้อมูล วิเคราะห์ ติดตาม และบริหารการลงทุนอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การพัฒนา AI เพื่อให้มนุษย์หมดบทบาทในการลงทุน แต่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการ และทำให้คนจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงเครื่องมือการลงทุนที่มีคุณภาพได้ โดยไม่ใช้ขนาดของพอร์ตเป็นเงื่อนไขในการเข้าถึงเทคโนโลยี

สิ่งนี้ถือเป็นอีกก้าวของ Liberator ในการเดินหน้าตามแนวคิด Investment for Everyone เพื่อทำให้เทคโนโลยี ข้อมูล และเครื่องมือการลงทุนที่เคยมีความซับซ้อน สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์กับนักลงทุนในวงกว้างมากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว คำถามว่า “เรากล้าให้ AI ลงทุนแทนเรา 100% หรือไม่” อาจไม่ได้มีคำตอบอยู่ที่ว่า AI สามารถทายตลาดได้ถูกต้องทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับว่า ระบบนั้น เข้าใจเจ้าของเงินมากเพียงใด รักษาความเสี่ยงให้อยู่ภายในกรอบได้หรือไม่ และสามารถอธิบายที่มาของการตัดสินใจได้มากแค่ไหน เพราะเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือสำหรับการลงทุน ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจแทนมนุษย์ทุกอย่าง แต่ต้องช่วยให้มนุษย์ตัดสินใจและบริหารเงินของตัวเองได้อย่างมีระบบมากขึ้น