ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 26 ส.ค. 2569 บวก 8.38 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.53% อยู่ที่ 1,604.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4,894.03 ล้านบาท
ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยมีกรอบการแกว่งตัวประมาณ 1,590-1,610 จุด แม้มีโอกาสรีบาวด์ได้ แต่คาดว่าจะเป็นการฟื้นตัวในกรอบจำกัด
ทั้งนี้ การปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยยังมีข้อจำกัด เนื่องจากโครงสร้างตลาดมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มน้ำมันอยู่สูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของตลาด ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง จึงกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อดัชนีโดยรวม ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นได้ไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยช่วยจำกัด Downside ของตลาด โดยเฉพาะการจัดงาน Thailand Focus ซึ่งช่วยสร้างความสนใจต่อตลาดทุนไทย รวมถึงแรงหนุนจากฤดูกาลจ่ายเงินปันผลที่เข้ามาช่วยพยุงตลาด
สำหรับปัจจัยด้านราคาน้ำมันดิบเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.2569) ปรับตัวลดลงมากกว่า 4% และช่วงเช้ายังลดลงต่อเนื่องเล็กน้อย โดยมีแรงกดดันจากความคาดหวังต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังรัฐมนตรีของโอมานและอิหร่านหารือถึงแนวทางการเปิดช่องแคบดังกล่าว ขณะที่สหรัฐฯ ส่งทูตเข้าไปช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจา
ทั้งนี้ การปรับตัวลงของราคาน้ำมันถือเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า สายการบิน และท่องเที่ยว ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง
ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ รวมถึงการรอฟังคำแถลงของ เควิน วอช (Kevin Warsh) ในการประชุม Jackson Hole วันที่ 28 ส.ค.2569 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา โดยเฉพาะทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในภาวะที่ตลาดยังแกว่งตัวในกรอบแคบ แนะนำเน้นเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือมี Story สนับสนุน โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ THAI ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง และแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ยังอยู่ในทิศทางดี นอกจากนี้ยังเป็นปีแรกที่การบินไทยกลับเข้าร่วมงาน Thailand Focus หลังจากห่างหายไปนาน รวมถึงได้รับแรงหนุนระยะสั้นจากการถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี FTSE Small Cap
ส่วน CENTEL มองว่ามีโมเมนตัมที่ดีในการปรับตัวขึ้นต่อ จากปัจจัยหนุนด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกระแสการเดินทางไปภูเก็ตที่คึกคักขึ้น ประกอบกับยังมีความคาดหวังต่อมาตรการ “ไทยเที่ยวไทย” ซึ่งอาจมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์และเงินสนับสนุนให้กับนักท่องเที่ยว
ขณะที่ MAJOR เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว จากแนวโน้มธุรกิจภาพยนตร์ที่ฟื้นตัวชัดเจน และมีภาพยนตร์ทำเงินหลายเรื่องเตรียมเข้าฉาย รวมถึงภาพยนตร์ในชุด Avengers ที่จะกลับมาเข้าฉาย โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากนัก จึงมีโอกาสได้รับแรงเก็งกำไรหากปัจจัยบวกดังกล่าวทยอยสะท้อนเข้ามา



