วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

โบรกชี้ Thailand Focus หนุนหุ้นไทย ลุ้นเงินต่างชาติไหลเข้า ชู 3 กลุ่มเด่น

งาน Thailand Focus 2026 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค.2569 เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ลงทุนสถาบันจากทั่วโลกได้รับฟังนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และข้อมูลโดยตรงจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนชั้นนำของไทย ซึ่งถูกจับตาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจช่วยสร้างแรงหนุนต่อตลาดหุ้นไทย โดยสถิติในอดีตพบว่า SET มักให้ผลตอบแทนเป็นบวก ขณะที่เงินทุนต่างชาติไหลเข้าหลายพันล้านบาท

สรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล. กสิกรไทย เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การจัดงาน Thailand Focus ในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติได้พบกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงได้รับข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทยโดยตรง ซึ่งอาจช่วยสร้างความสนใจและเพิ่มความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยในช่วงที่ตลาดกำลังเผชิญกับปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากสถิติในอดีตตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา โดยไม่นับรวมช่วงวิกฤตโควิด พบว่า Thailand Focus มีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในทิศทางที่ค่อนข้างเป็นบวก และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกประมาณ 1.5% ขณะที่กระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติ หรือ Fund Flow มีเงินไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยเฉลี่ยเกือบ 2,000 ล้านบาทในช่วงเวลาดังกล่าว

"สถิติดังกล่าวสะท้อนว่า การจัดงาน Thailand Focus ไม่ได้เป็นเพียงเวทีสำหรับการพบปะระหว่างบริษัทจดทะเบียนกับนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสช่วยกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพื้นฐานของบริษัทและแนวโน้มการลงทุนในประเทศ"

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ในอดีตสามารถปรับตัวได้ดีกว่าตลาดในช่วงที่มีการจัดงาน Thailand Focus ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจการเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจ การบริโภค การลงทุน และการขยายตัวของภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม สำหรับการจัดงานในปีนี้ มุมมองต่อกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสโดดเด่นอาจแตกต่างจากสถิติในอดีต โดยต้องพิจารณาจากประเด็นหลักที่จะถูกนำเสนอภายในงาน รวมถึงมุมมองของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมงาน ซึ่งสามารถสะท้อนภาพแนวโน้มการลงทุนและทิศทางธุรกิจในระยะข้างหน้าได้มากขึ้น

สรพล กล่าวว่า สำหรับ Thailand Focus ครั้งนี้ มีหัวข้อสัมมนาหลักบนเวทีใหญ่ทั้งหมด 6 หัวข้อ โดยมีประมาณ 2-3 ประเด็นที่น่าสนใจและมีความสำคัญต่อมุมมองการลงทุนเป็นพิเศษ หนึ่งในนั้นคือหัวข้อ Next Wave of High Value Investment หรือคลื่นลูกใหม่ของการลงทุนที่มีมูลค่าสูงในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงความพยายามของไทยในการดึงดูดการลงทุนใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว

อีกประเด็นสำคัญเรื่องเศรษฐกิจมหภาคในด้านเสถียรภาพทางการคลัง ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากฐานะทางการคลังและความสามารถในการบริหารจัดการเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนใช้ประกอบการประเมินความยั่งยืนของเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนในประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาประเด็นดังกล่าวและเชื่อมโยงมายังรายกลุ่มอุตสาหกรรม มองว่ามี 3 กลุ่มที่มีโอกาสได้รับประโยชน์และมีโอกาสปรับตัวได้ดีกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เนื่องจากแต่ละกลุ่มมีความเชื่อมโยงกับประเด็นหลักที่ถูกนำเสนอในงาน Thailand Focus ทั้งในด้านการลงทุน การขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการระดมเงินทุนเพื่อรองรับโครงการใหม่

โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเกือบทุกแห่งเข้าร่วมงาน Thailand Focus ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีโอกาสรับฟังมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ การปล่อยสินเชื่อ คุณภาพสินทรัพย์ รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจธนาคารโดยตรงจากผู้บริหาร ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดมีข้อมูลประกอบการประเมินแนวโน้มของกลุ่มธนาคารมากขึ้น

ขณะที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นอีกกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับประเด็นการลงทุน โดยเฉพาะหากประเทศไทยสามารถผลักดันการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่และโครงการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้อย่างต่อเนื่อง ย่อมสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการในภาคก่อสร้างและผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง

ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนจะได้รับความสนใจจากประเด็น Next Wave of High Value Investment เนื่องจากการลงทุนใหม่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โครงสร้างพื้นฐาน หรือธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและมีมูลค่าเพิ่มสูง ย่อมเชื่อมโยงไปยังบริษัทจดทะเบียนหลายกลุ่ม ทั้งผู้รับเหมา ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน นิคมอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภคและห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้ Thailand Focus ในปีนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น คือการที่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเกือบทุกแห่ง รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทจดทะเบียนเกือบทุกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการลงทุนและเสถียรภาพทางการคลัง เดินทางมาร่วมงานและให้ข้อมูลด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติจะได้รับข้อมูลโดยตรงจากผู้บริหารเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินธุรกิจ แผนการลงทุน และมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย

“การที่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ทำให้ Thailand Focus รอบนี้มีโอกาสเป็นจุดเด่นของตลาดหุ้นไทย เพราะนักลงทุนจะได้รับข้อมูลโดยตรงจากผู้บริหาร ขณะเดียวกันประเด็นที่นำเสนอในงานก็มีความเชื่อมโยงกับการลงทุนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตลาดให้ความสำคัญ” 

ดังนั้น หากพิจารณาทั้งสถิติในอดีตและประเด็นที่จะถูกนำเสนอในงาน Thailand Focus ปีนี้ จึงมีโอกาสที่งานดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงสนับสนุนต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะหากสามารถดึงความสนใจและกระตุ้นการกลับเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติได้ต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มที่น่าจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ ธนาคาร รับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งมีความสอดคล้องกับธีมหลักของงานและทิศทางการลงทุนของประเทศในระยะข้างหน้า