ความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อทิศทางการลงทุน โดยเฉพาะมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ ซึ่งรายละเอียดและขอบเขตของมาตรการจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาพลังงานและตลาดการเงินโลก หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง ขณะที่เงินเฟ้อและ Bond Yield ยังเผชิญแรงกดดัน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย มีโอกาสผันผวนและมี Upside จำกัด
พิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การประกาศขอบเขตมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากสงครามยังยืดเยื้อและไม่มีสัญญาณคลี่คลาย อาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากตลาดกังวลถึงความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป
นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน จะส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและบริการ และกดดันให้เงินเฟ้อมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ตลาดกังวลต่อแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินและฐานะการคลังของสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังจับตาระดับหนี้และการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อความกังวลด้านเงินเฟ้อและปัญหาการคลังยังไม่คลี่คลาย ผลกระทบที่ตามมาคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ Bond Yield มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างต่อตลาดการเงิน เพราะต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงมีความน่าสนใจลดลง และเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดหุ้นทั่วโลก
สำหรับตลาดหุ้นไทย มองว่า ปัจจัยดังกล่าวอาจเข้ามากดดันบรรยากาศการลงทุน ทำให้ดัชนีมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัด ขณะที่ Upside ของตลาดยังมีข้อจำกัดจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งความชัดเจนของมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ทิศทางราคาน้ำมัน รวมถึง Bond Yield สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามและราคาพลังงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการกระจายความเสี่ยงและช่วยค้ำพอร์ตได้ โดยแนะนำให้จับตา PTT และ PTTGC ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากทิศทางราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ในระดับสูง
"ในระยะสั้น นักลงทุนยังต้องให้น้ำหนักกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะรายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจากสหรัฐฯ ว่าจะรุนแรงและครอบคลุมเพียงใด เพราะนอกจากจะกระทบราคาน้ำมันแล้ว ยังอาจส่งต่อไปยังเงินเฟ้อ Bond Yield และบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่หุ้นพลังงานอย่าง PTT และ PTTGC อาจเป็นกลุ่มที่ช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตได้ในภาวะที่ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง"



