วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

STECON เปิดเกมรุก Data Center ลุ้นงานใหม่ 8.5 หมื่นล้าน ดันโตระลอกใหม่

บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON เดินหน้าขยายงาน Data Center และโรงไฟฟ้า หวังเพิ่มงานในมือและสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว หลังครึ่งปีแรกมีรายได้ 1.68 หมื่นล้านบาท และมี Backlog 1.16 แสนล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์มองครึ่งปีหลังยังมีโอกาสได้งานใหม่อีกมาก และมอง Data Center เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะหนุนการเติบโตของบริษัทในช่วงถัดไป

อาทิตย์ จันทร์สว่าง ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ยังคงเป้ารายได้รวม STECON ปี 2569 ที่ 35,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน โดยครึ่งแรกปี 2569 มีรายได้แล้ว 16,788 ล้านบาท คิดเป็น 48% ของเป้าหมายทั้งปี ส่วนใหญ่มาจากงานก่อสร้าง Data Center รถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตก โดยคาดรายได้ไตรมาส 3/2569 อาจอ่อนตัวจากฤดูฝน ก่อนเร่งตัวในไตรมาส 4/2569 ทำให้รายได้ทั้งปีมีโอกาสเป็นไปตามเป้าหมาย

สำหรับ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 116,440 ล้านบาท จาก 122,842 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 หลังไตรมาส 2/2569 ได้งานใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 2,916 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 9,343 ล้านบาท โดย Backlog ปัจจุบันเพียงพอรองรับการเติบโตของรายได้อย่างน้อย 2 ปี ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างยื่นประมูลงานรวมกว่า 85,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาครัฐ O&E Motorway M82 มูลค่า 15,700 ล้านบาท คาดทราบผลช่วงไตรมาส 3-4/2569 และงานภาคเอกชน ได้แก่ Data Center 3 โครงการ มูลค่ารวม 49,800 ล้านบาท โรงไฟฟ้า 16,000 ล้านบาท และงานอาคารสนามบิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยทราบผลภายในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีงานภาครัฐเตรียมเปิดประมูลช่วงปลายปี 2569 และปี 2570 อีกกว่า 700,000 ล้านบาท ครอบคลุม Motorway ทางด่วน รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ รวมถึงงานขยายสนามบินและอาคารผู้โดยสาร

ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไตรมาส 2/2569 ลดลงเหลือ 7.16% จาก 7.64% ในไตรมาส 1/2569 จากต้นทุนน้ำมันและวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น แต่บริษัทบริหารต้นทุนและล็อกราคาวัสดุไว้ล่วงหน้า ประกอบกับ Backlog 58% เป็นงานเอกชนที่มีมาร์จิ้นสูง จึงคาด GPM ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย 7-8%

อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 เป็น 24.90 บาท จากเดิม 20.60 บาท ประเมินด้วยวิธี SOTP มี Upside 33.16% โดยมองว่านักลงทุนควรให้น้ำหนักกับโอกาสได้งานใหม่ โดยเฉพาะ Data Center และโรงไฟฟ้า ซึ่ง STECON มีความเชี่ยวชาญและ Track Record สูง โดยเฉพาะงาน Data Center ที่มี Win Rate 100% ในโครงการที่เข้าประมูล

ประสิทธิ์ รัตนกิจกมล IAA,CFA,CISA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนและทางเทคนิค บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า STECON ให้น้ำหนักสูงสุดกับธุรกิจ Data Center โดยมีโครงการอยู่ระหว่างติดตาม 3 โครงการ มูลค่ารวม 49,800 ล้านบาท และงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าภาคเอกชนอีก 16,000 ล้านบาท พร้อมยืนยันเป้าหมายงานใหม่ปี 2569 ที่ 50,000 ล้านบาท แม้ครึ่งปีแรกได้งานใหม่เพียง 9,737 ล้านบาท เนื่องจากมองว่า Data Center จะเข้ามาชดเชยความล่าช้าของ Mega Project ภาครัฐ และเป็นแรงขับเคลื่อน Backlog ในช่วงครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ ความกังวลด้านกฎระเบียบของ Data Center มีจำกัด เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ใน Pipeline ได้รับการจัดสรรกำลังไฟฟ้าและผ่านการอนุมัติในหลักการแล้ว ขณะที่บริษัทเดินหน้าลงทุน Data Center เพื่อสร้างรายได้ประจำระยะยาว โดยเบื้องต้นเตรียมลงทุนโครงการในชลบุรีราว 2,000 ล้านบาท คาดปิดดีลภายในปีนี้ และเริ่มรับผลตอบแทนในรูปเงินปันผลปี 2570 ราว 180-190 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำไรจาก Recurring Income เป็น 50% ภายในปี 2573

ฝ่ายวิจัยมองว่ามีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการรายได้ก่อสร้างปี 2570 หาก STECON คว้างาน Data Center ได้ตามแผน เนื่องจากโครงการมีระยะเวลาก่อสร้างราว 1.5 ปี ทำให้รับรู้รายได้รวดเร็ว อีกทั้งบริษัทมีผลงานอ้างอิงกับลูกค้ากลุ่ม Hyper Scaler ช่วยเพิ่มโอกาสรับงานต่อเนื่องและหนุน Backlog ระยะยาว ขณะเดียวกัน การกลับมาของ Mega Project ภาครัฐ หลังชะลอตัวกว่า 2 ปี คาดเริ่มหนุนรายได้ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2570 และเป็นแรงส่งการเติบโตรอบใหม่

นอกจากนี้ ธุรกิจ Data Center ยังช่วยสร้าง Recurring Income เพิ่มความยั่งยืนของโครงสร้างกำไรและลดการพึ่งพาธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยเงินปันผลจากโครงการชลบุรีคาดเริ่มรับรู้ตั้งแต่ปี 2570 และอาจชดเชยได้บางส่วนกับเงินปันผลพิเศษจาก GULF จำนวน 498 ล้านบาทที่บริษัทจะไม่ได้รับในปี 2569 ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ และฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดยังไม่สะท้อนมูลค่าเพิ่มส่วนนี้

อย่างไรก็ตาม คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 23.00 บาท อิงวิธี SOTP โดยมองว่าราคาหุ้นยังไม่สะท้อนศักยภาพการเติบโตจาก Data Center ทั้งในส่วนงานก่อสร้างและการลงทุน ขณะที่โอกาสได้งานใหม่ การเริ่มรับรู้รายได้ประจำ และการกลับมาของ Mega Project ภาครัฐ ยังเปิดทางให้มีการปรับเพิ่มประมาณการในอนาคต