ทรัมป์ปรับพอร์ตในเดือนมิถุนายนครั้งใหญ่ ขายหุ้น Meta และเข้าซื้อหุ้น Berkshire Hathaway ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ถูกจับตา มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยธุรกรรมทางการเงินมากกว่าหนึ่งพันรายการสำหรับเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนว่ามีการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่
ตลอดทั้งเดือน เขาหมุนซื้อขายทั้งหุ้น พันธบัตร และกองทุน ETF รวมมูลค่าราว 78.1 ล้านดอลลาร์ ถึง 263.1 ล้านดอลลาร์ ตามเอกสารยื่นล่าสุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งระบุมูลค่าเป็นช่วง ไม่ใช่ตัวเลขแน่นอน การซื้อหลักทรัพย์ของเขามีมูลค่ามากกว่า 49 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การขายมีอย่างน้อย 28.5 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี เอกสารนี้ยังไม่ทำให้เห็นภาพรวมพอร์ตทั้งหมดอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้ระบุมูลค่าที่แน่นอนของแต่ละรายการ และไม่บอกด้วยว่าทรัมป์ถือครองหลักทรัพย์แต่ละตัวมากน้อยเพียงใด
ขายหุ้น Meta ซื้อBerkshire Hathaway
ในบรรดา 1,051 รายการ ธุรกรรมที่ใหญ่ที่สุดคือการขายกองทุน Vanguard Dividend Appreciation Index Fund ETF มูลค่า 5-25 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน วันเดียวกัน เขาซื้อหุ้น Fidelity National Information Services และ Home Depot อย่างละ 1 ล้านถึง 5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นรายการซื้อใหญ่สุดหลายรายการในเดือนนั้น แม้เขาจะบันทึกการขายหุ้น Fidelity บางส่วนด้วยเช่นกัน
วันที่ 18 มิถุนายน ทรัมป์ขายหุ้น Meta บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก และ Motorola อย่างละ 1 ล้านถึง 5 ล้านดอลลาร์ แต่ในวันเดียวกันกลับซื้อหุ้น Berkshire Hathaway, Cintas, Visa และ Mastercard ในช่วงมูลค่าเท่ากัน การเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลัง ตลาดเทขายจากความกังวลต่อทิศทางนโยบายการเงิน และเป็นช่วงหลังการประชุมครั้งแรกของประธานเฟด เควิน วอร์ช เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ก่อนที่ตลาดหุ้นจะดีดกลับในวันที่ 18 มิถุนายน
การซื้ออื่น ๆ ในเดือนมิถุนายนรวมถึง ETF หลายตัว เช่น iShares U.S. Treasury Bond ETF, State Street Technology Select Sector SPDR ETF และ iShares GSCI Commodity Dynamic Roll Strategy ETF นอกจากนี้ เขายังซื้อพันธบัตรเทศบาลหลายรายการด้วย
ฝั่งการขายของทรัมป์รวมถึง Vanguard Short-Term Bond Index Fund ETF, State Street Consumer Discretionary Select Sector SPDR ETF และ Vanguard FTSE Europe ETF
ธุรกรรมในกลุ่ม ETF เหล่านี้มีมูลค่าประมาณ 1 ล้านถึง 5 ล้านดอลลาร์ โดยรวมมีการซื้อและขายหุ้น พันธบัตร และ ETF ในช่วงมูลค่านี้ทั้งหมด 25 รายการ ส่วนรายการที่เหลือถูกแบ่งเป็นช่วงมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวกำหนดให้ทรัมป์เปิดเผยเฉพาะธุรกรรมหลักทรัพย์ที่มูลค่าเกิน 1,000 ดอลลาร์
ทรัมป์ ยังเคลื่อนไหวในหุ้นของบริษัทรับเหมาด้านกลาโหม Palantir Technologies โดยซื้อเล็กน้อยในวันที่ 3 มิถุนายน จากนั้นขายบางส่วนในวันที่ 16 มิถุนายน และขายเพิ่มอีกก้อนใหญ่ในวันที่ 18 มิถุนายน ก่อนกลับมาซื้ออีกเล็กน้อยในวันที่ 23 มิถุนายน
บริษัทกลาโหมอีกสองแห่งที่ปรากฏในเอกสารคือ RTX และ Northrop Grumman โดยทรัมป์ซื้อหุ้น RTX มูลค่า 100,001 ถึง 250,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน และขายหุ้น Northrop Grumman มูลค่า 1,001 ถึง 15,000 ดอลลาร์ ในวันเดียวกัน ต่อมาเขาซื้อ Northrop ในวันที่ 23 มิถุนายน และขายอีกครั้งในวันที่ 24 มิถุนายน
นอกจากนี้ เขายังซื้อและขายหุ้น Coinbase ตลอดทั้งเดือน ท่ามกลางราคาบิตคอยน์ที่อ่อนตัว โดยขายหุ้นมูลค่า 116,003 ถึง 315,000 ดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 12–23 มิถุนายน ก่อนจะซื้อกลับมูลค่า 50,001 ถึง 100,000 ดอลลาร์ ในวันที่ 24 มิถุนายน
ทำเนียบขาวยังไม่ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็นในทันที ขณะที่โฆษกของทรัมป์เคยกล่าวไว้ในเดือนพฤษภาคม
ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของทรัมป์
ในเดือนพฤษภาคม โฆษกเดวิส อิงเกิล ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี หลังจากที่ทรัมป์ เปิดเผยธุรกรรมไตรมาสแรก โดยระบุว่าทรัพย์สินของประธานาธิบดีถูกเก็บไว้ในทรัสต์ที่บุตรของเขาเป็นผู้บริหารจัดการ
อิงเกิลกล่าวในแถลงการณ์ขณะนั้นว่า “ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ ประธานาธิบดีทรัมป์ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนอเมริกันเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ประชาชนเลือกเขากลับเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้อย่างถล่มทลาย ทั้งที่ตลอดหลายปี เขาและธุรกิจของเขาต้องเผชิญกับคำโกหกและข้อกล่าวหาเท็จจากสื่อเฟคนิวส์”





