ดาวโจนส์ดีดขึ้นมากกว่า 500 จุดเมื่อคืน แต่ดัชนียังคงลดลงสองสัปดาห์ติด S&P 500 และ แนสแด็ก ต่างปรับตัวขึ้นตาม ขณะที่นักลงทุนพยายามตั้งหลักใหม่หลังเผชิญแรงเทขาย
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (21 ส.ค. 69) ขณะที่นักลงทุนพยายามตั้งหลักใหม่หลังเจอแรงขายรุนแรงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields) ที่ปรับสูงขึ้น
ดัชนีตลาดกว้าง S&P 500 บวก 0.43% ปิดที่ 7,674.37 ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.43% ปิดที่ 26,180.45 ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 517.80 จุด หรือ 0.98% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์อย่าง Merck และ Johnson & Johnson ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 53,277.01
- หุ้นเกี่ยวกับเงินคริปโทพุ่งขึ้น
หุ้นกลุ่มการเงินช่วยหนุนตลาดโดยรวม โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเงินคริปโทปรับขึ้นแรงหลังจากบิตคอยน์ทำผลงานปรับขึ้นรายสัปดาห์ถึง 22% หุ้น Robinhood พุ่งเกือบ 14% ขณะที่ Coinbase เพิ่มขึ้น 8% กลุ่มวัตถุดิบ (materials) ก็โดดเด่น บวก 2% ในวันเดียว
ก่อนหน้านี้ วอลล์สตรีทเพิ่งผ่านวันปรับตัวลงมา เนื่องจากบอนด์ยีลด์กลับมาปรับขึ้นอีกครั้ง หลังความพยายามของรัฐบาลในการสกัดแรงเทขายในตลาดพันธบัตรไม่สามารถหยุดแรงกดดันได้ พันธบัตร โดยเฉพาะฝั่งพันธบัตรระยะยาว อยู่ภายใต้แรงขายต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
- ตลาดหุ้นเสี่ยงปรับฐาน
แรงย่อตัวในวันพฤหัสบดีส่งผลให้ S&P 500 ร่วงลง 1.4% ตลอดสัปดาห์ ขณะที่ Nasdaq ติดลบ 2% ในช่วงเดียวกัน ทั้งสองดัชนีหยุดสถิติขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ ส่วนดาวโจนส์ลดลง 0.9% ทำให้เป็นการลดลงรายสัปดาห์สองสัปดาห์ติด
การอ่อนตัวในสัปดาห์นี้ยังกระทบหุ้นนอกสหรัฐด้วย โดยดัชนี MSCI All Country World Index ซึ่งสะท้อนตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับลงเกือบ 1% ในรอบสัปดาห์
หลังการปรับตัวลงในรอบล่าสุด ลีโอ เคลลี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Verdence Capital Advisors มองว่าหุ้นอาจเผชิญแรงขายเพิ่มอีก โดยเฉพาะมีความเสี่ยงจะไหลลงสู่ระดับ “ปรับฐาน” (correction) ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หากบอนด์ยีลด์ยังคงปรับขึ้น และความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ
ในวันศุกร์ ยีลด์ฝั่งพันธบัตรระยะยาวยังคงขยับขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 จุด (basis points) สู่ระดับ 4.734% ส่วนยีลด์พันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 จุด เช่นกัน มาอยู่ที่ 5.273%
“ตลาดเริ่มปรับตัวให้ชินกับระดับยีลด์ 4% - 5% ของพันธบัตร 10 ปีแล้ว” เคลลีระบุ “แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์บางอย่างจนยีลด์ 10 ปีทะลุขึ้นไปสู่ช่วง 6%-7% นั่นจะเป็น ‘ปัญหา’ และตลาดจะตอบสนองในทางลบต่อสถานการณ์นั้น”
ท่ามกลางยีลด์ที่อยู่ในระดับสูง นักลงทุนจะจับตาสุนทรพจน์ของประธานเฟด เควิน วอร์ช ในสัปดาห์หน้า ที่งานสัมมนานโยบายเศรษฐกิจแจ็กสันโฮลอย่างใกล้ชิด เพื่อหาความชัดเจนมากขึ้นในประเด็นทิศทางดอกเบี้ย และเรื่องอื่น ๆ เช่น “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” เนื่องจากการที่กระทรวงการคลังเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรทำให้ถูกมองว่า อาจเป็นการเข้ามาก้าวก่ายงานความรับผิดชอบของเฟด



