วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

เปิดโผ 5 หุ้นใหญ่ SET50 งบแกร่ง กำไรเพิ่มขึ้นเกิน 100% จับตาแรงส่งครึ่งปีหลัง

"ตลาดหุ้นไทย"ได้ผ่านพ้นช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ไปแล้ว โดยพบว่าหุ้นบิ๊กแคปหลายบริษัทสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่มีการเติบโตของกำไรโดดเด่น ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อดัชนีหุ้นไทย และช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เนื่องจากหุ้นขนาดใหญ่มีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีในระดับสูง

“กรุงเทพธุรกิจ” จึงคัดเลือกหุ้นจากดัชนี SET50 ที่มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เติบโตมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ามีทั้งหมด 5 หลักทรัพย์ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการทำกำไรและความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐาน โดยบางบริษัทมีโอกาสรักษาการเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TRUE ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม บริการด้านดิจิทัลครบวงจร และดิจิทัลคอนเวอร์เจนซ์ไลฟ์สไตล์ครอบคลุมทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต WiFi โทรทัศน์ คอนเทนต์ และดิจิทัลมีเดียแพลตฟอร์ม 

  • ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม
  • หมวดธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
  • กำไรไตรมาส 2/69 ที่ 6,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 223%
  • มาร์เก็ตแคป 462,998 ล้านบาท
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด จำนวน 8,620,749,150 หุ้น สัดส่วน 24.95%
  • P/E 24.75 เท่า
  • ราคา YTD +22.94% 
  • เงินปันผล YTD 2.31%

ศุภชัย วัฒนวิเทศกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กำไรปกติครึ่งปีแรกของปี 2569 คิดเป็น 49% ของประมาณการทั้งปีที่ 2.75 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% YoY โดยคาดกำไรครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเติบโตหรือปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งแรกปี 2569 จากการเติบโตของตลาดและการลดต้นทุนต่อเนื่อง จึงคงประมาณการปี 2569 ตามเดิม

ทั้งนี้ มองประมาณการกำไรตลาดที่ 2.50 หมื่นล้านบาท และเงินปันผลปี 2569 ที่ 0.51 บาทต่อหุ้นยังต่ำเกินไป หลังบริษัทจ่ายปันผลครึ่งปีแรกของปี 2569 แล้ว 0.29 บาทต่อหุ้น จึงคาดตลาดมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไรและเงินปันผลในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2569 ที่ 18.60 บาทต่อหุ้น ปัจจุบันซื้อขาย EV/EBITDA ปี 2569 ที่ 7.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม 8-9 เท่า และคาด Dividend Yield ที่ 4.6% จึงมอง Valuation ยังน่าสนใจ เชิงกลยุทธ์ แนะนำใช้จังหวะราคาหุ้นอ่อนตัวจากความกังวลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลดน้ำหนัก เป็นโอกาสทยอยสะสม เนื่องจากไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) BJC  ประกอบธุรกิจกลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค และกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และทางเทคนิค

  • ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
  • หมวดธุรกิจ พาณิชย์ (COMM)
  • กำไรไตรมาส 2/69 ที่ 2,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191%
  • มาร์เก็ตแคป 65,727 ล้านบาท
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 1,830,730,550 หุ้น สัดส่วน 45.68%
  • P/E 11.20 เท่า
  • ราคา YTD +13.89% 
  • เงินปันผล YTD 3.11%

ธิดารัตน์ ผโลดม, IAA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ BJC ขึ้น 34% เป็น 6.0 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนกำไรพิเศษ 1.5 พันล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรจากการขายที่ดิน ขณะที่ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 4.5 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 18.90 บาท อิง PER 15.9 เท่า หรือ -0.75 S.D. โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ SSSG ของ BigC ในเดือน ส.ค.2569 เริ่มกลับมาเป็นบวก

นอกจากนี้ คาดกำไรจะกลับมาเติบโตทั้ง QoQ และ YoY ในไตรมาส 4/2569 จากปัจจัยฤดูกาลและต้นทุนที่ลดลง ขณะที่บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 0.17 บาทต่อหุ้น สำหรับงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ส.ค. คิดเป็น Dividend Yield ราว 1.1%

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) PTT ประกอบด้วยกิจการที่ ปตท. ดำเนินการเอง ได้แก่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศธุรกิจใหม่และความยั่งยืน และธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทย่อย และ/หรือกิจการที่ดำเนินงานร่วมกัน การร่วมค้าและบริษัทร่วม (กลุ่มบริษัท) ได้แก่ ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปการ และธุรกิจให้บริการ

  • คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
  • หมวดธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG)
  • กำไรไตรมาส 2/69 ที่ 52,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143%
  • มาร์เก็ตแคป 1,156,801 ล้านบาท
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 กระทรวงการคลัง จำนวน 14,675,631,250 หุ้น สัดส่วน 51.38%
  • P/E 9.28 เท่า
  • ราคา YTD +26.56% 
  • เงินปันผล YTD 5.68%

นลินรัตน์ กิตติกําพลรัตน์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า  PTT มีกำไรสุทธิครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ 7.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.5% YoY คิดเป็น 68.7% ของประมาณการทั้งปี จึงยังคงประมาณการเดิม

สำหรับไตรมาส 3/2569 คาดกำไรอ่อนตัว QoQ จากราคาปิโตรเลียมที่ลดลง หากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย รวมถึงปริมาณขาย PTT และ PTTEP ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงหลายโครงการ และโรงแยกก๊าซ 6 ราว 26 วัน โดยยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบปี 2569 ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปี 2570 ที่ 75 ดอลลาร์

ทั้งนี้ ปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 เป็น 48 บาทต่อหุ้น พร้อมคงมุมมองบวกต่อ PTT จากการเป็น Holding Company ที่กระจายธุรกิจและสร้างกำไรได้ค่อนข้างมีเสถียรภาพ รวมถึงมี Dividend Yield ราว 5-6% ต่อปี โดยคาดปันผลครึ่งปีแรกของปี 2569 อย่างน้อย 1.10 บาทต่อหุ้น และมีโอกาสจ่ายปันผลสูงขึ้นหรือปันผลพิเศษในครึ่งปีหลังของปี 2569 ในเชิงกลยุทธ์มอง PTT ยัง Laggard หุ้นลูกในกลุ่ม จึงแนะนำใช้จังหวะอ่อนตัวทยอยสะสม

บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) SCGP บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (ซึ่งมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก คือ บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 สายธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ และธุรกิจรีไซเคิล

  • วิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • หมวดธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ (PKG)
  • กำไรไตรมาส 2/69 ที่ 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128%
  • มาร์เก็ตแคป 128,788 ล้านบาท
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 3,095,882,660 หุ้น สัดส่วน 72.12%
  • P/E 21.36 เท่า
  • ราคา YTD +75.44% 
  • เงินปันผล YTD 2.00%

ณัชพล  แพรสีเจริญ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คาด SCGP กำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,300-1,500 ล้านบาท ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลในไทย รวมถึงต้นทุน RCP หรือกระดาษรีไซเคิลที่มี Lag ราว 1 ไตรมาส และต้นทุนถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นหลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Packaging Paper มีแนวโน้มหดตัว

อย่างไรก็ตาม คาดกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ยังเติบโต YoY ต่อเนื่อง จากผลประกอบการธุรกิจ Fajar ที่มีกำไรต่อเนื่อง และการรับรู้มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในลักษณะรายไตรมาส ซึ่งช่วยหนุนปริมาณขายของธุรกิจ Fibrous ให้เพิ่มขึ้น

ฝ่ายวิจัยปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 35 บาทต่อหุ้น และปรับคำแนะนำจาก “TRADING” เป็น “ซื้อ” คิดเป็น Upside 15.7% แม้ราคาหุ้นปรับขึ้นแล้ว 12% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่งไปบางส่วน แต่ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อในระยะกลาง-ยาว จากแนวโน้มกำไรที่เติบโต YoY ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี และโอกาสที่เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัว

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) PTTEP ประกอบกิจการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจพลังงานสะอาด รวมทั้งพลังงานรูปแบบใหม่แห่งอนาคต

  • มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • หมวดธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG)
  • กำไรไตรมาส 2/69 ที่ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101%
  • มาร์เก็ตแคป 589,542 ล้านบาท
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จำนวน 2,532,340,489 หุ้น สัดส่วน 63.79%
  • P/E 8.52 เท่า
  • ราคา YTD +31.42% 
  • เงินปันผล YTD 5.89%

ปรินทร์  นิกรกิตติโกศล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรปกติของ PTTEP ในไตรมาส 3/2569 มีโอกาสชะลอตัว QoQ จากการเข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตในอ่าวไทย การหยุดซ่อมโครงการในมาเลเซีย และรอบส่งมอบน้ำมันใน Algeria ที่ลดลง ส่งผลให้คาดปริมาณขายอยู่ที่ราว 525 kboed

ส่วนไตรมาส 4/2569 คาดปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น QoQ แต่ยังไม่สูงเท่ากับไตรมาส 2/2569 เนื่องจากยังอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวการปิดซ่อมโครงการในมาเลเซีย ทำให้กำไรปกติในไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มชะลอตัวจากไตรมาสก่อน

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิครึ่งปีแรกของปี 2569 คิดเป็น 57% ของประมาณการทั้งปี จึงยังคงคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 6.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY ซึ่งถือเป็นระดับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พร้อมคาด ROE อยู่ที่ 14% ขณะที่ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง โดยมี IBD/E เพียง 0.3 เท่า ณ ไตรมาส 2/2569 และมีจุดเด่นด้านเงินปันผล โดยคาด Dividend Yield ปี 2569 ที่ 6.1%

ทั้งนี้ มองว่า PTTEP ยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นหุ้น Hedging หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้สมมติฐานราคาน้ำมันมี Upside โดยทุกการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะส่งผลต่อกำไรราว 1 พันล้านบาทต่อปี และราคาเหมาะสมราว 1.6 บาทต่อหุ้น

นอกจากนี้ คาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ให้ Dividend Yield ราว 3% จึงคงคำแนะนำ “TRADING” ราคาเหมาะสม 164 บาทต่อหุ้น

เปิดโผ 5 หุ้นใหญ่ SET50 งบแกร่ง กำไรเพิ่มขึ้นเกิน 100% จับตาแรงส่งครึ่งปีหลัง