ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 21 ส.ค.2569 ปรับขึ้น 10.16 จุด หรือ 0.63% อยู่ที่ 1,620.15 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,651.61 ล้านบาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทย (SET) วันนี้ มีแนวโน้ม "แกว่งตัวในกรอบ" โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,622 และ 1,630 จุด ส่วนแนวรับมองไว้ที่ 1,605 และ 1,598 จุด ตามลำดับ
ด้านจิตวิทยาการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น ได้รับแรงกดดันลบอ่อนๆ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี ขยับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากตลาดบางส่วนมองว่าแผนการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อาจยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างตรงจุด
อย่างไรก็ตาม ยังคงมุมมองว่า Narrative ของตลาดเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่เชื่อมั่นมากขึ้นว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ พร้อมที่จะเข้าพยุง หาก Yield พุ่งขึ้นแรง ซึ่งปัจจัยนี้จะช่วยจำกัดกรอบการปรับตัวขึ้นของ Yield ในระยะสั้นได้
ส่วนปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ล่าสุด Donald Trump ได้ประกาศแผนโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ซึ่งประเมินว่า แม้สถานการณ์อาจผ่านจุดตึงเครียดที่สุด (Peak) ไปแล้ว แต่อาจกลายเป็นความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นสู่กรอบ 92–94 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งสองปัจจัยข้างต้นส่งผลให้ตลาดเริ่มชะลอการลงทุน เพื่อรอจับตาและประเมินมุมมองของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการประชุม Jackson Hole ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดี หากพิจารณาราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ซึ่งอยู่ที่ระดับ 86.7 ดอลลาร์ ถือว่ายังเป็นปัจจัย "เป็นกลางถึงบวกอ่อนๆ" ต่อกำไรของตลาด โดยมีหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังได้ปัจจัยหนุนภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flows) ที่ไหลเข้าซื้อหุ้นไทยติดต่อกันถึง 5 วันทำการ (ไม่รวมรายการ Big Lot ของ TTB) ประกอบกับค่าเงินบาทเช้านี้ยังคงแข็งค่าทรงตัวในระดับประมาณ 32.8 บาท/ดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์หน้ายังมีน้ำหนักในเชิงบวกจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ กระแสงาน Thailand Focus ซึ่งถือเป็นธีมหลักขับเคลื่อนตลาด โดยจากสถิติ 5 ครั้งหลังสุด พบว่าก่อนเริ่มงาน 3 วัน Index มักปรับตัวขึ้นเฉลี่ย +1.1% และหลังจบงานช่วง 1 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน ตลาดมักบวกต่อได้ในกรอบ +1.0% ถึง +2.4%
และการประชุม กนง. คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ซึ่งจะช่วยให้ SET สามารถประคองตัวแกว่งออกข้างได้



