วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

SPCG เปลี่ยนขั้วผู้ถือหุ้นใหญ่! พี่ชาย 'เสี่ยเบ้ง' ผนึก 'ฟินันซ่า' เข้าฮุบกิจการ

“เสี่ยเบ้ง” ส่งพี่ชายผนึก “ฟินันซ่า” เข้าฮุบ SPCG ถือหุ้นรวม 57.46% หลังกลุ่ม “วันดี” ขายหุ้นออกทั้งหมด พร้อมจ่อทำ Mandatory Tender Offer หุ้นที่เหลือทั้งบริษัท

KEY POINTS

  • กลุ่มทุนใหม่ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่างตระกูล 'จารุทวี' (พี่ชายเสี่ยเบ้ง) ที่เชื่อมโยงกับ XPG และกลุ่มของ 'วรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์' ที่เชื่อมโยงกับอดีต 'ฟินันซ่า' ได้เข้าซื้อหุ้น SPCG รวม 57.46% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่
  • การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมอย่าง ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ออกไป
  • ฝั่งตระกูลจารุทวี นำโดยนายเกรียงไกร จารุทวี เข้าลงทุนผ่านบริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในสัดส่วน 25.18%
  • อีกขั้วหนึ่งคือกลุ่มของนายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ และกลุ่ม Premia ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอดีต บมจ.ฟินันซ่า เข้าถือหุ้นรวมกันกว่า 32%
  • เนื่องจากการเข้าถือหุ้นเกิน 50% กลุ่มผู้ซื้อใหม่ซึ่งมีนายเกรียงไกร จารุทวี เป็น Concert Party มีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ SPCG (Mandatory Tender Offer)

บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญ หลังกลุ่มผู้ซื้อเข้าทำรายการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมรวม 606.69 ล้านหุ้น คิดเป็น 57.46% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ตามสัญญาซื้อขายหุ้นลงวันที่ 20 สิงหาคม 2569

ภายหลังธุรกรรมดังกล่าว โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SPCG เปลี่ยนมาอยู่ภายใต้กลุ่มทุนใหม่ โดย บริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ถือหุ้น 265.89 ล้านหุ้น หรือ 25.18% ตามด้วย Premia Global Limited จำนวน 225.89 ล้านหุ้น หรือ 21.40% ขณะที่ นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ถือหุ้น 74.61 ล้านหุ้น หรือ 7.07% และบริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย จำกัด ถือหุ้น 40.30 ล้านหุ้น หรือ 3.82%

ด้านผู้ถือหุ้นเดิมรายสำคัญอย่าง ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ซึ่งก่อนหน้านี้ถือหุ้น 46.08% ได้ขายหุ้นออกทั้งหมด ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 0% ขณะที่ Kyocera Corporation ซึ่งเป็นพันธมิตรจากญี่ปุ่น ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ประมาณ 6.01% ออกทั้งหมดเช่นกัน

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ใหม่จะประกอบด้วย บริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ถือหุ้น 25.18%, Premia Global Limited 21.40%, นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ถือหุ้น 7.07% และบริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย จำกัด ถือหุ้น 3.82%

ดีลครั้งนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่มทุนจากหลากหลายธุรกิจ โดยฝั่งตระกูลจารุทวี มี นายเกรียงไกร จารุทวี เข้ามาร่วมเป็น Concert Party หรือผู้ทำคำเสนอซื้อร่วม พร้อมลงทุนผ่าน บริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ ซึ่งกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในโครงสร้างใหม่ด้วยสัดส่วน 25.18%

สำหรับกลุ่มจารุทวี มีฐานการลงทุนในธุรกิจตลาดทุน โดยมีความเกี่ยวข้องกับ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG และในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ยังส่ง นายเกรียงศักดิ์ จารุทวี เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการของ SPCG ด้วย

ขณะที่อีกขั้วเป็นกลุ่มของ นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ และกลุ่ม Premia ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ บริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรืออดีตบริษัท ฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) รวมถึง บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK โดยมีประสบการณ์ในธุรกิจวาณิชธนกิจ การลงทุน และ Private Equity

กลุ่มดังกล่าวเข้าถือหุ้น SPCG โดยตรงผ่านนายวรสิทธิ์ 7.07% และถือผ่าน Premia Global Limited กับบริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย รวมกันอีกกว่า 25% ทำให้กลุ่มผู้ซื้อกลายเป็นผู้ถือหุ้นสำคัญในโครงสร้างใหม่ของบริษัท

จากการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนเกินกว่า 50% ส่งผลให้กลุ่มผู้ซื้อ รวมถึงนายเกรียงไกร จารุทวี ในฐานะ Concert Party มีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ SPCG หรือ Mandatory Tender Offer ตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเตรียมยื่นแบบคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (แบบ 247-4) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในวันที่ 1 กันยายน 2569

สำหรับทิศทางหลังการเปลี่ยนแปลง กลุ่มผู้ซื้อระบุว่าไม่มีความตั้งใจที่จะนำหุ้น SPCG ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และยังไม่มีแผนปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 12 เดือนนับจากสิ้นสุดการทำคำเสนอซื้อ อย่างไรก็ตาม มีแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายหรือเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่บริษัทในอนาคต

บอร์ด SPCG ปรับชุดใหญ่ 

นอกจากการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว SPCG ยังมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการและผู้บริหาร โดยที่ประชุมคณะกรรมการรับทราบการลาออกของกรรมการ 3 ราย ได้แก่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ จากตำแหน่งประธานกรรมการ, นางสาวออมสิน ศิริ จากตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย จากตำแหน่งกรรมการอิสระ

พร้อมกันนี้ บริษัทได้แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่เข้ามารับตำแหน่งสำคัญ โดย นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล เข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการอิสระ ขณะที่ นายแอลเลน ย่า-หลุน หวั่ง (Mr. Allen Ya-Lun WANG) และนายเกรียงศักดิ์ จารุทวี เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ

ด้านฝ่ายการเงิน นายวุฒิชัย ตันกุรานันท์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบัญชีและการเงิน หรือ CFO มีผลตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 แทน นายยุทธพงษ์ อาจหาญ ซึ่งสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในวันเดียวกัน

ส่วนตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ SPCG ยังไม่มีการแต่งตั้งบุคคลใหม่ โดยกลุ่มผู้ซื้ออยู่ระหว่างสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมเข้ามารับตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับเปลี่ยนอำนาจกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน SPCG โดยกำหนดให้นายแอลเลน ย่า-หลุน หวั่ง และนายเกรียงศักดิ์ จารุทวี ลงนามร่วมกัน พร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท