วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ดิ่ง 700 จุด หลังแผนกระทรวงการคลังสกัดบอนด์ยีลด์ล้มเหลว

ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 700 จุด S&P 500 ร่วง หลังแผนกระทรวงการคลังสหรัฐในการสยบอัตราผลตอบแทนพันธบัตรล้มเหลว ยีลด์ยังสูงขึ้น แม้ว่าจะมีมาตรการซื้อคืนหนี้ครั้งพิเศษก็ตาม

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลงแรงในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค. 69) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ยังเดินหน้าปรับขึ้นต่อ แม้กระทรวงการคลังจะใช้มาตรการพิเศษซื้อคืนหนี้ระยะยาว ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจมาขัดขวางตลาดกระทิงรอบนี้

 

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วงลง 703.84 จุด หรือ 1.32% โดยถูกกดดันอย่างหนักจากการที่หุ้น Walmart ร่วงถึง 9% ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 52,759.21  

ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.87% ปิดที่ 7,641.16 ขณะที่แนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ร่วง 1% ปิดที่ 26,067.17

ตลาดพันธบัตรป่วนยีลด์ยังคงสูงขึ้น

บอนด์ยีลด์ยังคงปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี กลับมาสูงขึ้นเหนือระดับก่อนหน้าที่กระทรวงการคลังประกาศเมื่อเช้าวันพุธว่าจะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10, 20 และ 30 ปีอย่างน้อยสองเท่าในช่วงเดือนข้างหน้า สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ขนาดโครงการซื้อคืนหนี้อาจมากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ที่ประกาศไว้เสียอีก

ยีลด์พันธบัตร 10 ปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 จุด (basis points)  มาที่ 4.704% ส่วนยีลด์พันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 จุด มาที่ 5.248% โดยก่อนหน้านี้ในสัปดาห์นี้ บอนด์ยีลด์ 30 ปีพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเกือบในรอบ 20 ปี

นักวิเคราะห์ชี้มาตรการไม่ตรงจุด

อดัม ฟิลลิปส์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของ EP Wealth Advisors แสดงความสงสัยว่าโครงการซื้อคืนพันธบัตรนี้จะเพียงพอในการคลายแรงกดดันหรือไม่

 

เขากล่าวว่า “นี่ไม่ใช่ ‘สูตรสำเร็จ’ ที่จะแก้ปัญหาตลาดตราสารหนี้ เพราะมีแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกระทรวงการคลังและรัฐบาล” พร้อมเสริมว่าผลบวกที่เห็นหลังการแทรกแซงครั้งก่อน ๆ มักอยู่ไม่นาน “คุณจำเป็นต้องใช้มาตรการที่ ‘แรงกว่านี้’ หากต้องการให้ผลของมันคงอยู่ต่อเนื่อง”

ราคาน้ำมันสูงกดดันตลาดหุ้น

ฝั่งตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ที่เพิ่มสูงขึ้น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุในโพสต์ Truth Social เมื่อวันพุธว่า สหรัฐ จะเริ่ม “ปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่บดขยี้ที่สุดเท่าที่เคยมีต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง!”  

เขาเขียนว่า “นี่จะเป็นสงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”  

ในด้านมาตรการ เบสเซนต์กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี เมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐ กำลังจะใช้ “มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์” ต่ออิหร่าน

 

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) สัญญาส่งมอบเดือนตุลาคมปรับขึ้นเกือบ 3% สู่ระดับ 86.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ มาตรฐานสากลปรับขึ้นมากกว่า 2% สู่ระดับ 93.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

โดยแรงขายในหุ้น Walmart ถ่วงตลาดในวงกว้างลงด้วย โดยหุ้นยักษ์ค้าปลีกนี้เผชิญกับวันที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบกว่าสี่ปี หลังยอดขายสาขาเดิมในสหรัฐ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เช่นเดียวกับประมาณการกำไรปรับปรุงทั้งสำหรับไตรมาส 3 และทั้งปีที่ออกมาต่ำกว่าคาด

 

ก่อนหน้านี้ วอลล์สตรีทเพิ่งปิดบวกในเซสชันก่อนหน้า โดยดัชนี S&P 500 ยุติการปรับตัวลงติดต่อกันสามวัน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุยาวปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายปี ภายหลังรัฐบาลเปิดเผยแผนบรรเทาแรงกดดันจากภาวะเทขายพันธบัตรล่าสุด