บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน หลังต้นทุน Jet Fuel ลดลง 27% และ Capacity กลับสู่ระดับปกติ ขณะที่การปลดล็อกหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนช่วยเพิ่ม Free Float เปิดทางลุ้นเข้าดัชนี FTSE วันที่ 22 ส.ค.นี้ และ MSCI ในเดือน พ.ย. 2569 ด้าน Valuation ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม สะท้อนโอกาสลงทุนระยะกลาง-ยาว
ธีร์รัฐ ธนรัตน์ภินันท์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ THAI ในไตรมาส 3/2569 มีโอกาสฟื้นตัว QoQ จากต้นทุน Jet Fuel ในไตรมาส 3 ที่ลดลง 27% QoQ ขณะที่ Capacity ของ THAI กลับสู่ระดับปกติก่อนเกิดสงครามตั้งแต่เดือน ก.ค. สะท้อนถึงความต้องการเดินทางที่ยังแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ การที่ THAI สามารถรายงาน Operating Margin เป็นบวกในไตรมาส 2/2569 แม้ได้รับผลกระทบจากสงครามเต็มไตรมาส สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการให้ความสำคัญกับการทำกำไร แม้ต้นทุนหลักที่เพิ่มขึ้น YoY จะยังเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการในครึ่งปีหลังของปี 2569 แต่คาดว่าบริษัทจะยังสามารถรักษาการทำกำไรได้ต่อเนื่อง
กำไรครึ่งปีแรกของปี 2569 คิดเป็น 60% ของประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 42% YoY โดยเบื้องต้นยังคงประมาณการเดิม และมองว่าผลประกอบการรายไตรมาสในครึ่งปีหลังของปี 2569 จะทยอยฟื้นตัว QoQ แต่เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปีจะยังอ่อนตัว HoH เนื่องจากมีฐานกำไรที่สูงในไตรมาส 1/2569
ด้าน Valuation มองว่า THAI ได้ปลดล็อก Overhang สำคัญแล้ว หลังหุ้นที่ติด Lock Up ทั้งหมดกลับมาซื้อขายได้ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.2569 ขณะที่ปัจจุบันซื้อขาย EV/EBITDA ปี 2569 ที่ 6.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยผู้ประกอบการทั่วโลกที่ 6.7 เท่า คาด Dividend Yield 2.1% ต่อปี และ ROE อยู่ในระดับสูงที่ 20.9% เทียบค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม 16.9%
อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่มีโอกาสเติบโตตามแผนขยายฝูงบินเชิงรุกและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว จึงมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่อยู่ในโซนล่างเป็นจังหวะน่าสนใจสำหรับการลงทุน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2570 ที่ 8.00 บาทต่อหุ้น
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่า Overhang ของ THAI ได้รับการปลดล็อกแล้ว หลังหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนสามารถซื้อขายในตลาดได้ 100% ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ Free Float ตามเกณฑ์ของดัชนีสากลทั้ง FTSE และ MSCI ปรับตัวเพิ่มขึ้น
โดยประเด็นดังกล่าวทำให้ตลาดประเมินว่า THAI มีโอกาสเข้าคำนวณในดัชนี FTSE ซึ่งมีกำหนดประกาศผลในช่วงเช้าวันที่ 22 ส.ค.2569 ตามเวลาไทย และมีโอกาสลุ้นเข้าสู่ดัชนี MSCI เป็นลำดับถัดไปในเดือน พ.ย. 2569
ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร, IAA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า คาด THAI จะยังสามารถทำกำไรได้ในปี 2569 แม้ประมาณการกำไรจะลดลง 43% YoY โดยมองว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวจากปัจจัยฤดูกาล ก่อนฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4/2569
ประมาณการกำไรดังกล่าวอิง สมมติฐานราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยปี 2569 ที่ 151 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าราคาเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันที่ 141 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเล็กน้อย เพื่อสะท้อนมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมและรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันเครื่องบิน
สำหรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 6.50 บาทต่อหุ้น อิง P/E ที่ 9.1 เท่า ซึ่งเป็นค่ากลางของหุ้นกลุ่มสายการบินในภูมิภาค และใช้ EPS ปี 2570 ที่คิดลดกลับมาเป็นมูลค่าสิ้นปี 2569 โดยฝ่ายวิจัยจะทบทวนประมาณการอีกครั้งหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 21 ส.ค. 2569
ด้านความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคาน้ำมันเครื่องบินปรับสูงขึ้น เงินบาทอ่อนค่า การแข่งขันในธุรกิจที่รุนแรง และความผันผวนของราคาหุ้นหลังสิ้นสุดช่วงห้ามขายหุ้น (Lock-up) ในวันที่ 4 ส.ค. 2569 ส่วนประเด็น ESG ที่ต้องจับตา ได้แก่ ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และประเด็นด้านสังคม โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในการดำเนินงาน



