วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ปิดบวก 0.23 จุด โบรกแนะจับตา Bond Yield สหรัฐฯ - งบ Nvidia ชี้ทิศทางตลาดโลก

หุ้นไทยปิดทรงตัวที่ 1,609.99 จุด หลังช่วงเช้ารีบาวด์ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรท้ายตลาด นักวิเคราะห์ มองดัชนีมีแนวโน้มแกว่ง Sideway แนะจับตา Bond Yield สหรัฐฯ และงบ Nvidia สัปดาห์หน้าเป็นตัวชี้นำตลาดโลก

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 0.23 จุด ที่ระดับ 1,609.99 จุด โดยเผชิญแรงขายทำกำไรในช่วงท้ายตลาดหลังจากฟื้นตัวได้ดีในช่วงเช้า
  • นักวิเคราะห์แนะนำให้จับตาปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อกดดันอัตราผลตอบแทน (Bond Yield)
  • การประกาศผลประกอบการของ Nvidia ในสัปดาห์หน้า จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ชี้ทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (20 ส.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,609.99 จุด บวก 0.23 จุด หรือ 0.01% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,622.40 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,609.36 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 82,362.08 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. TTB ราคาปิด 2.84 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 1.43% มูลค่าการซื้อขาย 5,553.19 ล้านบาท

2. PTTEP ราคาปิด 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.67% มูลค่าการซื้อขาย 3,988.35 ล้านบาท

3. PTT ราคาปิด 40.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.62% มูลค่าการซื้อขาย 3,388.96 ล้านบาท

4. BDMS ราคาปิด 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 2.06% มูลค่าการซื้อขาย 3,252.89 ล้านบาท

5. GULF ราคาปิด 63.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.16% มูลค่าการซื้อขาย 2,836.40 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ปิดบวก 0.23 จุด โบรกแนะจับตา Bond Yield สหรัฐฯ - งบ Nvidia ชี้ทิศทางตลาดโลก

สรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แม้ฟื้นตัวได้ดีในช่วงภาคเช้า แต่ทว่าช่วงท้ายตลาดเผชิญแรงขายทำกำไรในลักษณะ “Sell on Fact” โดยเฉพาะกลุ่มที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ พลังงาน วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้นขนาดกลางที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับแนวโน้มตลาด มองว่าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) โดยประมาณการ EPS ปรับเพิ่มขึ้นจาก 102 เป็น 108 ก่อนการประกาศผลประกอบการ ขณะที่ค่า P/E มีโอกาสถูกปรับลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าตลาดยังมีความผันผวนด้าน Valuation

ด้านเศรษฐกิจ ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 แม้ยังโดดเด่นในด้านการลงทุน แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวในองค์ประกอบอื่น ขณะที่แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังมีทิศทางที่ดีในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ยกเว้นกลุ่มพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ มาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวเพื่อกดดัน Bond Yield รวมถึงการประกาศผลประกอบการของ Nvidia ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ประเมินกรอบดัชนีในวันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.2569) ที่ 1,600-1,615 จุด โดยมีแนวรับสำคัญ 1,585 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด แนะนำเน้นหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด โดยเฉพาะกลุ่มไฟแนนซ์ ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงซื้อกลับ ได้แก่ TURBO และ SAWAD เป็นหุ้นเด่น