“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (20 ส.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,609.99 จุด บวก 0.23 จุด หรือ 0.01% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,622.40 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,609.36 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 82,362.08 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. TTB ราคาปิด 2.84 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 1.43% มูลค่าการซื้อขาย 5,553.19 ล้านบาท
2. PTTEP ราคาปิด 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.67% มูลค่าการซื้อขาย 3,988.35 ล้านบาท
3. PTT ราคาปิด 40.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.62% มูลค่าการซื้อขาย 3,388.96 ล้านบาท
4. BDMS ราคาปิด 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 2.06% มูลค่าการซื้อขาย 3,252.89 ล้านบาท
5. GULF ราคาปิด 63.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.16% มูลค่าการซื้อขาย 2,836.40 ล้านบาท
สรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แม้ฟื้นตัวได้ดีในช่วงภาคเช้า แต่ทว่าช่วงท้ายตลาดเผชิญแรงขายทำกำไรในลักษณะ “Sell on Fact” โดยเฉพาะกลุ่มที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ พลังงาน วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้นขนาดกลางที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับแนวโน้มตลาด มองว่าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) โดยประมาณการ EPS ปรับเพิ่มขึ้นจาก 102 เป็น 108 ก่อนการประกาศผลประกอบการ ขณะที่ค่า P/E มีโอกาสถูกปรับลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าตลาดยังมีความผันผวนด้าน Valuation
ด้านเศรษฐกิจ ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 แม้ยังโดดเด่นในด้านการลงทุน แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวในองค์ประกอบอื่น ขณะที่แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังมีทิศทางที่ดีในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ยกเว้นกลุ่มพลังงาน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ มาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวเพื่อกดดัน Bond Yield รวมถึงการประกาศผลประกอบการของ Nvidia ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ประเมินกรอบดัชนีในวันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.2569) ที่ 1,600-1,615 จุด โดยมีแนวรับสำคัญ 1,585 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด แนะนำเน้นหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด โดยเฉพาะกลุ่มไฟแนนซ์ ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงซื้อกลับ ได้แก่ TURBO และ SAWAD เป็นหุ้นเด่น



