วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม 2569

Login
Login

หุ้นโรงพยาบาลบวกยกแผง CHG-BDMS พุ่งนำ 5.16% รับข่าววัคซีนมะเร็ง Moderna หนุน Sentiment

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ภาคเช้า ณ วันที่ 20 ส.ค.2569 หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลบวกยกแผง นำโดย 

หุ้น CHG บวก 5.16% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.63 บาท 
หุ้น BCH บวก 3.64% เพิ่มขึ้น 0.40 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 11.40 บาท 
หุ้น PR9 บวก 2.70% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 19.00 บาท 
หุ้น RJH  บวก 2.55% เพิ่มขึ้น 0.40 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 16.00 บาท
หุ้น BDMS บวก 2.06% เพิ่มขึ้น 0.40 บาท  ระดับราคาอยู่ที่ 19.80 บาท  
หุ้น BH  บวก 2.04% เพิ่มขึ้น 4.00 บาท  ระดับราคาอยู่ที่  200.00 บาท 
หุ้น WPH  บวก 1.75% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท  ระดับราคาอยู่ที่  5.80 บาท 
หุ้น SKR บวก 1.28% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท  ระดับราคาอยู่ที่  7.90 บาท 
หุ้น MASTER บวก 1.05% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 9.65 บาท 
หุ้น KLINIQ บวก 0.87% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 29.00 บาท 
หุ้น PRINC บวก 0.58% เพิ่มขึ้น 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.72 บาท 
หุ้น LPH  บวก 0.56% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.60 บาท 
หุ้น THG  บวก 0.65% เพิ่มขึ้น 0.05 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.70 บาท 
หุ้น VIBHA  บวก 0.74% เพิ่มขึ้น 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.37 บาท 
 

หุ้นโรงพยาบาลบวกยกแผง CHG-BDMS พุ่งนำ 5.16%  รับข่าววัคซีนมะเร็ง Moderna หนุน Sentiment

กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อย และนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ผลประกอบการของกลุ่มโรงพยาบาลมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยจากการติดตามผลประกอบการของโรงพยาบาล 6 แห่งที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์พบว่า ภาพรวมกำไรในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงประมาณ 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
 

ทั้งนี้ ประเมินว่าไตรมาส 2/2569 จะเป็นช่วงที่กำไรของกลุ่มโรงพยาบาลอยู่ในระดับต่ำสุดของปี ก่อนที่จะทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป โดยคาดว่าทั้งรายได้ และกำไรของกลุ่มจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง BH และ BDMS หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และมีความรุนแรงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะช่วยให้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติเดินทางเข้ามารักษาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากการเปิดให้บริการคลินิกพรีเมียมของโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้กดดันผลประกอบการของ BCH และ CHG มีแนวโน้มบรรเทาลง หลังจากได้รับผลกระทบค่อนข้างมากในช่วงแรก ทำให้ปัจจัยพื้นฐานของกลุ่มโรงพยาบาลมีโอกาสทยอยปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลยังได้รับปัจจัยหนุนด้าน Sentiment จากความก้าวหน้าทางนวัตกรรมการแพทย์ระดับโลก โดยเฉพาะข่าวความสำเร็จของวัคซีนมะเร็งจาก Moderna ซึ่งเป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่พัฒนาสำหรับรักษาโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) และอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิก

โดยความก้าวหน้าดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการแพทย์ และส่งผลให้หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ก่อนส่งต่อจิตวิทยาเชิงบวกมายังหุ้นโรงพยาบาลทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนยังคงให้น้ำหนัก Overweight ต่อกลุ่มโรงพยาบาลในช่วงครึ่งหลังปี 2569 เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 30% ขณะที่หุ้นโรงพยาบาลยังมี Upside จากการฟื้นตัวของผลประกอบการ และปัจจัยหนุนเฉพาะตัว สำหรับหุ้นเด่นของกลุ่ม ได้แก่ BH และ PR9 ซึ่งมองว่ามีความน่าสนใจจากแนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ และการเติบโตของรายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการประชุมนักวิเคราะห์ของ BDMS ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้ เนื่องจากข้อมูลและมุมมองจากผู้บริหารจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินทิศทางผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจของกลุ่มโรงพยาบาลในระยะถัดไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์