ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณี ING Bank N.V. (ING) หนึ่งในผู้ถือหุ้นของธนาคาร รายงานผลการเสนอขายหุ้นสามัญ TTB ผ่านการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ ING ระบุว่า การทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเงินทุนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และเป็นแนวทางการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน โดยภายหลังการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ING คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นใน TTB จะลดลงจาก 19.5% เหลือ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ธนาคารถืออยู่
ขณะที่ TTB ระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการการลงทุนตามนโยบายและกลยุทธ์ของ ING ในฐานะผู้ถือหุ้นโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ธนาคารไม่สามารถรับทราบล่วงหน้าและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจดังกล่าว
สำหรับการเสนอขายหุ้นผ่าน Private Placement นอกกระดานหลักให้แก่นักลงทุนสถาบันนั้น ธนาคารมองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดแรงขายหุ้นจำนวนมากในตลาดรอง และช่วยจำกัดผลกระทบต่อราคาหุ้น TTB ในกระดานหลัก ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าลงทุนในหุ้น TTB ได้โดยตรง รวมถึงช่วยเพิ่มการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น TTB ในระยะยาว
ธนาคารยืนยันว่า การลดสัดส่วนการถือหุ้นของ ING ในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงาน กรอบการกำกับดูแลกิจการ และการดำเนินกลยุทธ์หลักของธนาคาร เนื่องจากที่ผ่านมา TTB ได้เดินหน้าปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก
นอกจากนี้ การลดสัดส่วนการถือหุ้นของ ING จะไม่กระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานของ TTB โดยธนาคารได้วางรากฐานและเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรภายในองค์กร เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและขับเคลื่อนธุรกิจในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านทีมผู้บริหารชาวไทย ขณะที่บทบาทหลักของ ING ในปัจจุบันอยู่ในระดับคณะกรรมการธนาคาร (Board of Directors) จึงไม่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานของธนาคาร
ทั้งนี้ TTB ยังคงมุ่งดำเนินงานตามเป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน รวมถึงการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2568-2571
ปัจจุบัน TTB ดำเนินการซื้อหุ้นคืนสะสมแล้วมูลค่า 21,000 ล้านบาท และมีวงเงินคงเหลืออีก 14,000 ล้านบาท โดยธนาคารสามารถดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนได้เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นในด้านกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการในครั้งถัดไป
ธนาคารจะพิจารณากำหนดรูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น



