วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

โบรก อัปน้ำหนัก 'กลุ่มชิ้นส่วนฯ' กำไรฟื้นเด่น รับเมกะเทรนด์ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์

นักวิเคราะห์ เพิ่มน้ำหนักลงทุนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คาดกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัวจากฤดูกาลสั่งซื้อในไตรมาส 3/2569 และปัญหาวัตถุดิบที่เริ่มคลี่คลาย พร้อมรับแรงหนุนจากเมกะเทรนด์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

KEY POINTS

  • นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็น “มากกว่าตลาด” (Overweight) จากเดิม “เท่ากับตลาด”
  • คาดว่ากำไรของกลุ่มจะฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในครึ่งหลังของปี 2569 หลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/2569
  • การเติบโตของกลุ่มได้รับแรงหนุนจากเมกะเทรนด์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน
  • หุ้นหลักอย่าง DELTA และ KCE มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดย DELTA ได้ประโยชน์จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่คลี่คลายลง
  • โบรกเกอร์เลือก DELTA เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ของกลุ่ม เนื่องจากคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนในไตรมาส 3/2569

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 หลัง DELTA และ KCE มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง รับอานิสงส์ฤดูกาลสั่งซื้อและเมกะเทรนด์ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยนักวิเคราะห์ได้ปรับน้ำหนักลงทุนกลุ่มเป็น “มากกว่าตลาด” 
 

ปิยะธิดา สนธิสมบัติ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า กำไรสุทธิของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในงวดไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ประมาณ 7.7 พันล้านบาท ลดลง 27% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรส่วนใหญ่ราว 79% มาจาก DELTA
 

ทั้งนี้ การลดลงของกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมีสาเหตุหลักจากกำไรของ DELTA ที่ชะลอตัว หลังอัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม หุ้นที่มีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นในไตรมาสดังกล่าว ได้แก่ SMT เพิ่มขึ้น 262% QoQ และ HANA เพิ่มขึ้น 215% QoQ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานกำไรที่ต่ำในไตรมาสก่อน ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตของกำไรกลุ่มยังได้รับแรงหนุนจาก DELTA ซึ่งมีกำไรเพิ่มขึ้น 31% YoY

สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรกของปี 2569 กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มีกำไรสุทธิประมาณ 1.82 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY โดยหุ้นเกือบทั้งหมดในกลุ่มมีกำไรเติบโต ยกเว้น HANA ที่ลดลง 16% และ METCO ลดลง 7% ขณะที่ DELTA มีกำไรเติบโตโดดเด่นที่สุด 50% รองลงมาคือ KCE ที่เพิ่มขึ้น 24% YoY

ส่วนแนวโน้มครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่ากำไรกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากลูกค้ามักเร่งสั่งซื้อและรับมอบสินค้าก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวปลายปี ส่งผลให้ยอดขายในไตรมาส 3/2569 ของแต่ละปีอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ คาดว่ากำไรของ DELTA และ KCE ซึ่งเป็นสองบริษัทหลักที่ขับเคลื่อนกำไรของกลุ่มในช่วงครึ่งปีแรก จะสามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่องทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบของ DELTA เริ่มทยอยคลี่คลายตั้งแต่เดือน ก.ค. 2569 ขณะที่ KCE ยังมีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มอัตรากำไรที่สูงขึ้น หลังทั่วโลกเผชิญภาวะขาดแคลน “ลามิเนต” ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแผ่น PCB และ KCE มีบริษัทย่อยที่สามารถผลิตลามิเนตได้เอง

จากแนวโน้มดังกล่าว ปรับน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากเดิม “เท่ากับตลาด” เป็น “มากกว่าตลาด” เนื่องจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะยังเป็นเมกะเทรนด์ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ประกอบกับแนวโน้มกำไรของ DELTA และ KCE ซึ่งเป็นหุ้นหลักของกลุ่มยังมีโอกาสเติบโตต่อใน 3Q69

สำหรับหุ้น Top Pick เลือก DELTA เนื่องจากมองว่าผ่านจุดต่ำสุดของปีมาแล้วในไตรมาส 2/2569 หลังปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ยังมีคำสั่งซื้อที่รอส่งมอบอยู่จำนวนหนึ่ง ทำให้ในระยะสั้นคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรแบบ QoQ ได้อย่างโดดเด่นในไตรมาส 3/2569