วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยปิดพุ่ง 17 จุด รับงบ Q2 แกร่ง กลุ่มอิเล็กฯ หนุน โบรกเกอร์ลุ้นดัชนีทะลุ 1,650 จุด

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (17 ส.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,626.44 จุด เพิ่มขึ้น 17.38 จุด หรือ 1.08% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,632.08 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,613.30 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 75,660.86 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. PTT ราคาปิด 39.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.63% มูลค่าการซื้อขาย 6,643.50 ล้านบาท

2. DELTA ราคาปิด 277.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท หรือ 2.59% มูลค่าการซื้อขาย 6,108.56 ล้านบาท

3. HANA ราคาปิด 48.50 บาท เพิ่มขึ้น 8.75 บาท หรือ 22.01% มูลค่าการซื้อขาย 5,458.59 ล้านบาท

4. AOT ราคาปิด 66.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.54% มูลค่าการซื้อขาย 3,274.19 ล้านบาท

5. CCET ราคาปิด 9.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ 5.14% มูลค่าการซื้อขาย 2,591.13 ล้านบาท
 

หุ้นไทยปิดพุ่ง 17 จุด รับงบ Q2 แกร่ง กลุ่มอิเล็กฯ หนุน โบรกเกอร์ลุ้นดัชนีทะลุ 1,650 จุด

สรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันมีสัญญาณ Outperform  โดยดัชนีสามารถปรับตัวขึ้นมา หลังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาดีกว่าคาดเกือบ 9% โดยหุ้นที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์มีกำไรรวมประมาณ 3.48 แสนล้านบาท สะท้อนภาพกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีทิศทางแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดประเมินไว้

คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดในปีนี้มีโอกาสขึ้นไปแตะระดับ 108 บาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูล โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นในกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ส่งผลให้ภาพรวมประมาณการกำไรตลาดปรับตัวดีขึ้น และเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อทิศทางดัชนีในระยะถัดไป

ภาพรวมเศรษฐกิจไทย GDP ล่าสุดขยายตัว 1.9% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อย แม้รายละเอียดภายในจะพบว่าการบริโภคเริ่มชะลอตัวลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบที่ต้องติดตาม แต่ยังมีปัจจัยบวกจากการลงทุนที่ขยายตัวเกือบ 13% ช่วยชดเชยแรงกดดันจากภาคการบริโภค และทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนได้รับแรงตอบรับเชิงบวกจากนักลงทุน

ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่เหลืออยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หากการเบิกจ่ายเดินหน้าได้ตามแผน จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนต่อการลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

กลยุทธ์การลงทุน หาก EPS ตลาดสามารถยืนที่ระดับ 108 บาทได้ จะเปิดโอกาสให้ดัชนีหุ้นไทยปรับกรอบการเคลื่อนไหวขึ้นไปที่ระดับ 1,650 จุดขึ้นไป จากเดิมที่ประเมินกรอบไว้บริเวณ 1,600-1,650 จุด สะท้อนว่าตลาดยังมี Upside หากกำไรบริษัทจดทะเบียนสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ตามคาด

หุ้นที่น่าสนใจ ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA KCE และ CCET ซึ่งราคาปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 10-20% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ DELTA ยังมีลักษณะ Underperform เมื่อเทียบกับหุ้นอื่นในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากราคาปรับขึ้นน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สรพล มองว่า DELTA มีโอกาสกลับมา Perform ได้อีกครั้ง และอาจกลายเป็นหนึ่งในหุ้นสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนดัชนี SET หากราคาหุ้นกลับมาเคลื่อนไหวได้โดดเด่นกว่าตลาด โดยมีโอกาสเป็น Driver สำคัญที่ช่วยผลักดันดัชนีให้สามารถทะลุแนวต้าน 1,650 จุดได้ในระยะถัดไป

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์