ROH เผยได้พันธมิตรรายใหม่ พร้อมซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรม “รอยัล ออคิด เชอราตัน” มูลค่า 4,873 ล้านบาท ย้ำธุรกิจเปิดปกติ-สภาพคล่องยังแกร่ง
นายวิทวัส วิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ได้ส่งหนังสือชี้แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ (GROREIT) รวมถึงชี้แจงสถานะการดำเนินธุรกิจ และแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณสมบัติด้านการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)
1. สถานะการดำเนินธุรกิจ และสภาพคล่องหลังสิ้นสุดสัญญาเช่า
ตามที่สัญญาเช่าโรงแรมได้ครบกำหนดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางบริษัทยืนยันว่า โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ยังคงเปิดให้บริการแก่ลูกค้าตามปกติ ไม่มีการหยุดชะงักของธุรกิจ และบริษัทยังคงรับรู้รายได้จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ จากการประมาณการกระแสเงินสดล่าสุด บริษัทยังคงมีสภาพคล่องทางการเงินที่เพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจตามปกติ และมีความพร้อมในการจัดหาเงินทุนเพื่อนำมาใช้ในการซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมตามข้อตกลง
2. ความคืบหน้าการซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรม มูลค่า 4,873 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 บริษัทได้ส่งหนังสือถึง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะทรัสตีของ GROREIT และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อยืนยันความประสงค์ และศักยภาพในการใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมในราคา 4,873 ล้านบาท ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
ทั้งนี้ บริษัทได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนทางการเงินจากพันธมิตรทางการเงินรายหนึ่ง อย่างไรก็ดี การได้รับความสนับสนุนดังกล่าวขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) การได้รับอนุมัติที่เกี่ยวข้อง และการเข้าทำสัญญาขั้นสุดท้าย โดยบริษัทได้ประสานให้ GROREIT ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา เพื่อให้กระบวนการซื้อขาย และโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเสร็จสิ้นสมบูรณ์
3. การแก้ไขปัญหาคุณสมบัติการกระจายผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)
บริษัทระบุว่า การเจรจาซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของโรงแรมแต่อย่างใด ในส่วนของการแก้ปัญหาคุณสมบัติด้านการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยนั้น บริษัทยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงการหานักลงทุนเข้ามาลงทุนเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย ให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดทำขึ้นโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมทั้งจะแจ้งความคืบหน้า และข้อมูลที่มีสาระสำคัญเพิ่มเติมต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไปเมื่อมีความชัดเจน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



