ความเคลื่อนไหว ตลาดหุ้นไทย ภาคเช้า ณ วันที่ 17 ส.ค.2569 หุ้น CRC หรือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พุ่ง 12.62% เพิ่มขึ้น 3.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 29.00 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้น บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในการซื้อขายวันนี้ หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 1,860-1,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 97% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ราว 24% ขณะที่สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดประมาณ 30%
ขณะเดียวกัน ธุรกิจไทยวัสดุได้รับประโยชน์จาก Inventory Gain หลังมีการบริหารสต็อกเหล็ก โดยบริษัทมีต้นทุนเหล็กในระดับต่ำก่อนเกิดสถานการณ์สงคราม ขณะที่ราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดกำไรจากส่วนต่างของราคาสินค้าคงคลัง นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารยังมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง โดย EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้น 100 bps มาอยู่ที่ 6.5% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้น
สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า ยอดขายของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่การขยายสาขาของ Tops รวมถึงการบริหารจัดการร่วมกับแบรนด์อื่น เช่น MaxValu จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้าง Economy of Scale ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของกำไรในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม จากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ CRC พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 29.50 บาทต่อหุ้น และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
ด้าน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ประกาศผลประกอบการ ไตรมาส 2/2569 ด้วยรายได้รวม 60,119 ล้านบาท (+3.5% YoY) และกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (Core Profit from Continuing Operations) 2,114 ล้านบาท (+124% YoY) พร้อมปิดครึ่งปีแรกของปี 2569 ด้วยรายได้รวม 126,633 ล้านบาท (+2.4% YoY) และกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 5,002 ล้านบาท (+42.5% YoY) สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่เติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งในประเทศไทยและเวียดนามท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวเสริมว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนถึงความสามารถของเซ็นทรัล รีเทลในการขยายและปรับปรุงเครือข่ายสาขาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของยอดขายควบคู่ไปกับการขยายอัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ผ่านการบริหาร Brand และ Product Mix ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Brand ที่มีศักยภาพ และการบริหารจัดการ Inventory อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย แม้เผชิญผลกระทบและความผันผวนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารและจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย โดยพิจารณาศักยภาพการเติบโตของแต่ละธุรกิจควบคู่กับการติดตามภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและสภาพคล่อง สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น
ในช่วงครึ่งปีแรก เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 บริษัทฯ ได้ลงทุนขยายและปรับปรุงสาขา พร้อมสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจในเครือ ผ่านการเปิดสาขาใหม่ของท็อปส์, ซูเปอร์สปอร์ต, KIS, Brand Shop ในเครือ CMG, เพาเวอร์บาย, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท และออโต้วัน ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล สาขาขอนแก่น แคมปัส และสาขานอร์ทวิลล์ ขณะเดียวกัน
บริษัทฯ ยังคงขยายไปยังเซกเมนต์ที่มีศักยภาพเพื่อสร้างแหล่งรายได้และโอกาสการเติบโตเพิ่มเติม อาทิ การต่อยอดธุรกิจ Beauty Retail สู่กลุ่ม Young Customer ผ่าน LOOKS และ KIS ในรูปแบบ Standalone การเปิดตัว Haruki ร้านเบเกอรีสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงการพัฒนา TOPS DAILY Hybrid ร่วมกับ PET N’ ME และ TOPS CARE โดยมุ่งใช้จุดแข็งของร้านค้าในเครือ เพื่อเสริมความหลากหลายให้อีโคซิสเต็ม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่
สำหรับประเทศไทย ในไตรมาส 2 บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเติบโตกว่า 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ขณะที่ประเทศเวียดนาม ฐานสมาชิก The 1 Vietnam ได้ขยายครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ จากกลุ่ม Food ไปยังธุรกิจ Non-Food อาทิ ซูเปอร์สปอร์ต, Crocs, Dyson และ Kubo ควบคู่กับฐานสมาชิกในประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน Loyalty Program ของกลุ่มมีฐานสมาชิกรวมเกือบ 30 ล้านคน แบ่งเป็นประเทศไทย 23 ล้านคน และเวียดนามเกือบ 7 ล้านคน ซึ่งเป็นฐานสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
นอกเหนือจากการขยายตัวของ ธุรกิจ เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเงินด้วยความรอบคอบและยืดหยุ่น ตลอดจนจัดสรรเงินลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้บริษัทฯ สามารถครองอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “AA-” แนวโน้มคงที่ (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย และเป็นเครื่องยืนยันถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง สำหรับครึ่งปีหลัง เซ็นทรัล รีเทล จะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเดินหน้าขยายและเพิ่มประสิทธิภาพของ Portfolio ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่ยั่งยืน



