วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เปิดงบหุ้นจีน ส่อง 4 บิ๊กเทค 'Tencent-JD-SMIC-Hua Hong' ใครเด่น ใครแผ่ว

เปิดงบจีน 4 หุ้นเด่น “AI-ชิป” นำตลาด! Tencent รายได้ Q2 โต 11% แตะ 2.05 แสนล้านหยวน ขณะที่ SMIC กำไรพุ่งกว่า 3 เท่า แตะ 479 ล้านดอลลาร์ ด้าน Hua Hong Semiconductor รายได้โต 26.8% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ส่วน JD.com กำไรดีเกินคาด แต่รายได้หด 2.9% สะท้อนการบริโภคจีนยังฟื้นไม่เต็มที่ จับตา AI-เซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นพระเอกตลาดจีน ขณะที่กำลังซื้อในประเทศยังต้องใช้เวลา

KEY POINTS

  • Tencent: รายได้เติบโตแข็งแกร่งกว่า คาดจากธุรกิจเกม และโฆษณาที่ได้ AI มาช่วยหนุน แต่กำไรโตเพียงเล็กน้อยและต่ำกว่าคาดการณ์ เนื่องจากบริษัททุ่มงบลงทุนมหาศาลไปกับ AI
  • JD.com: แม้ความสามารถในการทำกำไรจะดีขึ้น แต่รายได้กลับหดตัวลง สะท้อนภาพการบริโภคในจีนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้นักลงทุนกังวล และราคาหุ้นปรับตัวลง
  • Hua Hong Semiconductor: ผลประกอบการโดดเด่น ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และพลิกกลับมามีกำไรได้สำเร็จ จากความต้องการชิปเฉพาะทางที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
  • SMIC: ผลงานแข็งแกร่งกว่าคาด โดยรายได้โต 36% และกำไรสุทธิพุ่งขึ้นกว่า 3 เท่า ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกระแส AI และความต้องการชิปในกลุ่มสมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้น

ฤดูประกาศผลประกอบการ ของบริษัทจดทะเบียนจีนเริ่มต้นขึ้นแล้ว และกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาพเศรษฐกิจจีนผ่านผลการดำเนินงานของภาคธุรกิจจริง

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (บลจ.ทิสโก้) ระบุว่า ท่ามกลางความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยี และ AI ที่เข้มข้นขึ้น บริษัทชั้นนำของจีนในหลายอุตสาหกรรมได้ทยอยรายงานผลประกอบการออกมาแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น Tencent, JD.com, Hua Hong Semiconductor และ SMIC ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนของภาคเศรษฐกิจสำคัญตั้งแต่เศรษฐกิจดิจิทัล การบริโภค ไปจนถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
 

ผลประกอบการที่ประกาศออกมาในช่วงแรกเริ่มสะท้อนภาพที่น่าสนใจ โดยกลุ่มเทคโนโลยี และเซมิคอนดักเตอร์ยังคงแสดงความแข็งแกร่งจากกระแส AI และการลงทุนด้านเทคโนโลยี ขณะที่ภาคการบริโภคเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตลาดได้อย่างเต็มที่

Tencent : AI เริ่มสร้างรายได้ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจหลัก

Tencent รายงานรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 204.8 billion yuan เพิ่มขึ้น 11% YoY และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 202.2 billion yuan โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจเกม และธุรกิจโฆษณา ซึ่งยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโต

รายได้จากธุรกิจเกมในประเทศเพิ่มขึ้น 17% YoY เร่งตัวขึ้นจากการเติบโตเพียง 6% YoY ในไตรมาสก่อน จากความนิยมของเกมอย่าง Delta Force และ Valorant ขณะที่รายได้จากธุรกิจโฆษณาเติบโต 22% YoY หลังบริษัทนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งานมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 56.0 billion yuan เพิ่มขึ้น 0.7% YoY แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 61.8 billion yuan เนื่องจาก Tencent ยังคงเดินหน้าลงทุนด้าน AI อย่างจริงจัง โดยงบลงทุน (Capex) เพิ่มขึ้น 65% YoY สู่ระดับ 52.8 billion yuan เพื่อนำไปขยายศักยภาพด้านการประมวลผล พัฒนา AI Model และรองรับบริการใหม่ๆ ในอนาคต

แม้การลงทุนจำนวนมากจะกดดันผลกำไรในระยะสั้น แต่ผลประกอบการรอบนี้เริ่มสะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงจากการเป็นต้นทุนการลงทุน ไปสู่การเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของบริษัท ผ่านทั้งธุรกิจโฆษณา เกม และระบบนิเวศดิจิทัลของ Tencent

JD.com : การบริโภคเริ่มฟื้นตัว แต่ตลาดยังไม่คลายความกังวล

ในฝั่งการบริโภค JD.com รายงานรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 346.4 billion yuan ลดลง 2.9% YoY แม้ว่าจะออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 342.7 billion yuan โดยบริษัทระบุว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานรายได้ที่สูงในช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม้รายได้จะหดตัว แต่ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 6.29 yuan สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5.63 yuan ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Non-GAAP EBITDA) เพิ่มขึ้นเป็น 7.9 billion yuan จาก 2.8 billion yuan ในปีก่อน และอัตรากำไรเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% จาก 0.8%

แรงสนับสนุนหลักมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจค้าปลีก และผลขาดทุนจากธุรกิจ Food Delivery ที่ลดลง สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้น้ำหนักกับการหดตัวของรายได้มากกว่าการเติบโตของกำไร ส่งผลให้ราคาหุ้น JD.com ปรับตัวลดลงราว 7% หลังประกาศผลประกอบการ เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลว่าการบริโภคในจีนยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ แม้ว่าผู้บริหารจะเปิดเผยว่ายอดขายเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน และคาดว่าแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม

ผลประกอบการของ JD.com จึงสะท้อนว่า ความเชื่อมั่น และกำลังซื้อของผู้บริโภคจีนกำลังทยอยฟื้นตัว แต่ยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจในระยะสั้น

Hua Hong Semiconductor : ความต้องการชิปเฉพาะทางยังแข็งแกร่ง

Hua Hong Semiconductor ผู้ผลิตชิปเฉพาะทางรายใหญ่ของจีน รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2026 แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้ $717.5 million เพิ่มขึ้น 26.8% YoY และทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ $38.6 million พลิกกลับจากภาวะขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% จาก 10.9% ในปีก่อน จากทั้งปริมาณการส่งมอบเวเฟอร์ที่เพิ่มขึ้น และราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ความต้องการชิปยังคงแข็งแกร่งในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน ส่งผลให้โรงงานของบริษัทเดินเครื่องใกล้เต็มกำลังการผลิตตลอดไตรมาส

สำหรับไตรมาส 3 บริษัทคาดว่ารายได้จะอยู่ในช่วง $770-780 million คิดเป็นการเติบโตประมาณ 7-9% QoQ พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 16-18% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่ออุปสงค์ชิปในช่วงครึ่งหลังของปี

SMIC : ได้ประโยชน์จากกระแส AI และภาวะชิปตึงตัว

SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน รายงานผลประกอบการแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายได้ $3.01 billion เพิ่มขึ้น 36% YoY ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่า สู่ 479.2 million USD โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ 

ขณะเดียวกันกระแส AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วยังทำให้ผู้ผลิตเทคโนโลยีทั่วโลกเร่งสำรองชิป และเพิ่มคำสั่งซื้อในห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนผ่านสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้นเป็น 25.2% ของรายได้รวม จาก 18.9% ในไตรมาสก่อน หรือเพิ่มขึ้น 6.3% QoQ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 25.3%

แม้บริษัทจะยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับการใช้กำลังการผลิตยังอยู่สูงถึง 93.7% สะท้อนว่าอุปสงค์ของตลาดยังแข็งแกร่ง โดยบริษัทคาดว่ารายได้ไตรมาส 3 จะเติบโตต่อ 2-4% QoQ พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 26-28%

ผลประกอบการที่ทยอยประกาศออกมาในช่วงแรกของฤดูรายงานงบจีน สะท้อนภาพที่ค่อนข้างชัดเจนว่า กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI เทคโนโลยีดิจิทัล และเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน ขณะที่ภาคการบริโภคภายในประเทศเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา แต่ยังต้องอาศัยเวลาเพื่อให้การฟื้นตัวกระจายตัวไปในวงกว้าง และกลับมาเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ฤดูประกาศผลประกอบการของจีนยังอยู่เพียงในช่วงเริ่มต้น โดยในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า นักลงทุนยังต้องติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต อีคอมเมิร์ซ ฮาร์ดแวร์ และสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม รวมถึงมุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มครึ่งปีหลัง ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวของการบริโภค การลงทุนด้าน AI การขยายกำลังการผลิต และทิศทางการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินว่าการเติบโตที่เห็นในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์จะสามารถส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจอื่นได้มากน้อยเพียงใด และช่วยกำหนดทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นจีนในช่วงที่เหลือของปีได้อย่างไร

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์