วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2569

Login
Login

AU ร้านขนมหวานไม่ฟื้น ! ไตรมาส 2/69 กำไรร่วง 32% เซ่นพิษต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการตลาดพุ่ง

บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีรายได้จากการขายรวม 394 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 (388 ล้านบาท) ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ร้านขนมหวานอาฟเตอร์ ยู ประมาณร้อยละ 3.3 จากจำนวนลูกค้าชาวไทยที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายปรับลดลงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 (419 ล้านบาท) เนื่องจากยอดขายต่อลูกค้าลดลง โดยสินค้าขายดีในไตรมาส 2 เป็นสินค้าสำหรับรับประทานในร้านที่มาเป็นกลุ่ม ขณะที่ไตรมาส 1 สินค้าขายดีเป็นเครื่องดื่มแบบซื้อกลับบ้าน

ด้านกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 เท่ากับ 36 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 32 YoY และลดลงร้อยละ 33 QoQ ทำให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 9.1 (จากร้อยละ 13.6 ใน Q2/2568) ส่งผลให้ผลการดำเนินงานรวม ครึ่งปีแรกของปี 2569 (1H/2569) มีรายได้จากการขายรวม 813 ล้านบาท (ใกล้เคียงกับ 809 ล้านบาท ใน 1H/2568) และมีกำไรสุทธิรวม 90 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 24 YoY

ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่กำไรสุทธิลดลง ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือร้อยละ 60.7เนื่องจากต้นทุนสินค้าใหม่บางรายการราคาสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยเดิม โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มมัทฉะ ค่าใช้จ่ายการตลาดและการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายพุ่งแตะ 124 ล้านบาท (+12% YoY) จากค่าโฆษณา งบการตลาด ค่าเช่าพื้นที่สาขา และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี  ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม: ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 71 ล้านบาท (+6% YoY) จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน

กลยุทธ์และทิศทางธุรกิจปี 2569

บริษัทดำเนินกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

  1. การขยายสาขาในจุดยุทธศาสตร์: วางแผนเปิดร้าน After You เพิ่ม 5 สาขา, ร้านผลไม้ "ลูกก๊อ" 10 สาขา และร้านกาแฟ Specialty 3 สาขา โดยเน้นศูนย์กลางท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ เช่น หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา และกรุงเทพฯ/ปริมณฑล (ครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 3 สาขา ได้แก่ หาดใหญ่วิลเลจ, นิมมาน ซอย 17 เชียงใหม่ และเซ็นทรัล ชิดลม)
  2. รุกช่องทาง Modern Trade & Convenience Store:
    • เปิดตัว “Nugget Bucket” ขนมปังกรอบบรรจุถัง ขายที่แม็คโครทุกสาขา
    • นำสินค้าแช่แข็งและเบเกอรี่ เช่น เบบี้ชิบูย่าฮันนี่โทสต์, ฟิกกี้พุดดิ้ง, เมอแรงก์แมคคาเดเมีย เข้าจำหน่ายในแม็คโครและโลตัส
    • เปิดตัว “ขนมปังมะม่วงมหาชนกโมจิ” จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven
  3. สร้างประสบการณ์แบรนด์ (Pop-up Store & Collab):
    • ร่วมมือกับ The Standard, Pattaya เปิดป๊อปอัป “Matcha on the Beach” ณ Esmé Beach Club นาจอมเทียน (15 พ.ค. – 16 ส.ค. 2569)
    • ร่วมกับ Vinefru จากเมืองกินซ่า ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวเมนูคินาโกะโมจิคาจิกิโริ
  4. ความเคลื่อนไหวตลาดต่างประเทศ:
    • อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรธุรกิจใน เวียดนาม และ มาเลเซีย
    • ดูไบ: พักการเจรจาสัญญาแฟรนไชส์ชั่วคราว เพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
    • กัมพูชา: ปิดสาขาชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยบริษัทฯ ระบุว่าไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมอย่างมีนัยสำคัญ

ฐานะทางการเงินและอัตราส่วนสำคัญ 

  • สินทรัพย์รวม: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เท่ากับ 1,372 ล้านบาท (ลดลง 10.0% จากสิ้นปี 2568) สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 204 ล้านบาท
  • หนี้สินรวม: เท่ากับ 451 ล้านบาท (ลดลง 8.1% จากสิ้นปี 2568) จากการชำระค่าใช้จ่ายค้างจ่ายและภาษีค้างจ่าย
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: เท่ากับ 921 ล้านบาท (ลดลง 10.9% จากสิ้นปี 2568)
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio): อยู่ที่ 0.49 เท่า (บริษัทฯ ไม่มีเงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ย)
  • อัตราผลตอบแทน: ROA อยู่ที่ 16.22% และ ROE อยู่ที่ 18.33%