“ตลาดการลงทุนโลก” ยังเผชิญหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการเร่งลงทุนด้าน AI ของประเทศมหาอำนาจ สอดคล้อง “ผู้จัดการกองทุน” ยังมองว่า ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อ โดยแนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุนในสหรัฐและญี่ปุ่น เลือกลงทุนหุ้นจีนเฉพาะกลุ่ม AI และพลังงานสะอาด พร้อมชี้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นโอกาสสะสมจากผลตอบแทนที่อยู่ในระดับสูง
ปณตพล ตัณฑวิเชียร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นโลกยังอยู่ในทิศทางเชิงบวกและมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยการจัดสรรน้ำหนักลงทุนยังแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคตามปัจจัยพื้นฐาน
สำหรับ หุ้นสหรัฐ ยังคงแนะนำ Overweight เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากปัจจัยการเลือกตั้ง แม้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง แต่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและตัวเลขเศรษฐกิจยังออกมาแข็งแกร่ง
ส่วน หุ้นญี่ปุ่น ปรับมุมมองเป็น Slightly Overweight หลังบริษัทญี่ปุ่นมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลสูงขึ้น และเริ่มมีบทบาทในอุตสาหกรรม AI มากขึ้น แม้ค่าเงินเยนยังอ่อนค่า แต่ภาคธุรกิจสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้ดี โดยประเมินว่าความเสี่ยงจากการทำ Carry Trade รอบนี้ยังไม่รุนแรงเหมือนในอดีต เนื่องจากไม่พบการใช้ Leverage ผ่านกู้ยืมเงินเยนระดับน่ากังวล ด้านหุ้นยุโรป ยังคงมุมมอง Neutral ขณะที่ หุ้นไทย ยังมีการลงทุนอยู่ในบางส่วน โดยเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่ง
สำหรับ หุ้นจีน ยังใช้กลยุทธ์ Selective หรือ เลือกลงทุนเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ยังฟื้นตัวช้าและเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโดยรวม กลุ่มเทคโนโลยีและ AI เริ่มกลับมาน่าสนใจ โดยเฉพาะบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน AI ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ รวมถึงความก้าวหน้าของโมเดล AI ของจีน และเข้าจดทะเบียนของบริษัทใหม่ที่อาจช่วยกระตุ้นการลงทุนในตลาดทุน
ส่วนของ ตลาดเกิดใหม่ มองกระแสเงินทุนยังไม่โดดเด่น ขณะที่ อินโดนีเซีย ยังคงแนะนำ Underweight และไม่มีการลงทุนโดยตรง แม้เศรษฐกิจภายในประเทศจะขับเคลื่อนด้วยการบริโภค แต่ยังหาบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันได้ยาก อีกทั้งภาคธนาคารยังแข่งขันรุนแรงและมีความเสี่ยงเงินทุนไหลออก
ในส่วนดอกเบี้ยมองอาจไม่ปรับขึ้นรุนแรง เงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลงในปีหน้า จากฐานสูงในปีนี้ แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากสงครามและราคาน้ำมัน หากพุ่งขึ้นต่อเนื่องอาจทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวอีกครั้ง เมื่อแรงกดดันเงินเฟ้อลดลงตลาดจะหันมาให้น้ำหนักกับ ผลประกอบการและการเติบโตของกำไร โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐ และ Hyperscaler ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนตลาด
ฐานันดร โชลิตกุล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการลงทุน บลจ.กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน Fed ได้เปลี่ยนบทบาทจากการส่งสัญญาณชี้นำตลาด มาเป็นการดำเนินนโยบายแบบ Data Dependent หรืออาศัยข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก ส่งผลให้ตลาดการเงินมีความผันผวนมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน
สำหรับมุมมองการลงทุนตลาดตราสารหนี้ มองปัจจุบันเป็นจังหวะที่หาได้ยากในรอบ 10-20 ปี โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 4.7% และพันธบัตรอายุ 30 ปีอยู่เหนือระดับ 5% ถือเป็นระดับน่าสนใจสำหรับทยอยสะสมลงทุนระยะยาว
ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนให้น้ำหนักกับตราสารหนี้ต่างประเทศมากกว่าตราสารหนี้ไทย จากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ผลตอบแทนประมาณ 4.5-5% สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยให้ผลตอบแทนราว 2% แม้จะยังมีความผันผวนดอกเบี้ย แต่สามารถใช้กลยุทธ์ทยอยลงทุนเพื่อสะสมระยะยาวได้
ด้านตลาดเงิน มองค่าเงินทั่วโลกยังมีแนวโน้มผันผวนจากความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกรรม Carry Trade ที่กู้ยืมเงินเยนซึ่งมีต้นทุนต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ คาดธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในระยะข้างหน้า ซึ่งจะช่วยลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและลดแรงกดดันจากการทำ Carry Trade ได้
ส่วนหุ้นโลก แม้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง แต่หุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวจากปัจจัยพื้นฐาน และสามารถยืนระดับได้ดีขึ้น สะท้อนตลาดเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทมากกว่าความกังวลดอกเบี้ย
เอนีส ตียาสิริ Head of Southeast Asia and India Intermediaries, J.P. Morgan Asset Management กล่าวว่า จีนเร่งสร้างความได้เปรียบด้านพลังงานและ AI เดินหน้าสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมพึ่งพาตนเอง โดยพลังงานสะอาด โซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ช่วยให้จีนมีต้นทุนพลังงานต่ำและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรม รวมถึงประมวลผล AI
ด้าน AI จีนเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แม้ยังตามหลังด้านชิประดับสูง แต่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่ AI โลก โดยเฉพาะการประกอบและทดสอบอุปกรณ์ ขณะที่การลงทุน AI Infrastructure ของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐยังเป็นแรงหนุนต่อผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในเอเชีย และเศรษฐกิจจีนยังถูกกดดันจากภาคอสังหาฯ และการบริโภคที่ฟื้นตัวช้า



