วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ต่างชาติ’จ่อซื้อหุ้นไทยพุ่ง ‘บล.บัวหลวง’ คาดฟันด์โฟลด์สิ้นปีนี้ทะลุ 1.5 แสนล้าน

นายพิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยช่วง 5 เดือนสุดท้ายปี 2569 คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,580-1,700 จุด โดยได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่แข็งแกร่ง หนุน EPS ปรับขึ้น 4% สู่ 103 บาท และเม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังเป็นบวก โดยเดือนก.ค. มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 47,000 ล้านบาท ดันยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีแตะ 74,000 ล้านบาท คาด Fund Flow สิ้นปีอยู่ที่ประมาณ 150,000 ล้านบาท ขณะที่ ปี 2570 มองหุ้นไทยในกรอบ 1,650-1,710 จุด จาก EPS 90-98 บาท เพิ่มขึ้น 5% และ P/E 16.7-17.4 เท่า

‘ต่างชาติ’จ่อซื้อหุ้นไทยพุ่ง ‘บล.บัวหลวง’ คาดฟันด์โฟลด์สิ้นปีนี้ทะลุ 1.5 แสนล้าน

ทั้งนี้ หุ้นท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจน รวมถึงโรงพยาบาลที่มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มยังได้แรงหนุนจากการบริโภค โดย CBG และ ICHI น่าสนใจ ส่วนมาตรการภาครัฐด้านพลังงาน การออม และท่องเที่ยว วงเงิน 1,750 ล้านบาท จะเป็นตัวเร่งเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

‘ต่างชาติ’จ่อซื้อหุ้นไทยพุ่ง ‘บล.บัวหลวง’ คาดฟันด์โฟลด์สิ้นปีนี้ทะลุ 1.5 แสนล้าน

นอกจากนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซนเตอร์ จากกระแส AI ทั่วโลกจะช่วยดึง FDI เข้าประเทศ และเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่ยังมีข้อจำกัดด้านระบบสายส่ง จึงต้องเร่งพัฒนาโครงข่ายและปรับแผนจัดสรรพลังงาน ความคืบหน้า PDP 2569 และ Direct PPA คาดชัดเจนใน 1-2 เดือน จะเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าในการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าสะอาดรองรับดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งแม้สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรงไม่มาก แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อการขับเคลื่อน Digital Economy

ส่วนราคาน้ำมันดิบคาดทรงตัวสูงที่ 80-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่ขยายวงกว้าง เป็นบวกต่อหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี ขณะที่คาด Fed คงดอกเบี้ย 3.75% และ กนง. 1% ส่งผล Bond Yield อยู่ในระดับสูงและเอื้อต่อหุ้นปันผล โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและสื่อสาร

สำหรับ หุ้นเทคโนโลยียังคงมุมมอง Bullish โดยมองการปรับฐานราว 10% เป็นจังหวะสะสมหุ้น Quality Growth เนื่องจากกำไรบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐยังแข็งแกร่ง และ AI-Cloud อยู่ในช่วงเริ่มต้นของ S-Curve ใหม่ คาดวงจรลงทุนยาวถึง 10 ปี ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีไทยยังเหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น โดย MOSHI และ AWC เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นน้อยกว่าตลาด ส่วน OSP เด่นในธีมเอลนีโญ และ KTB, KBANK, SCB, PTT เป็นหุ้นปันผล ขณะที่ PTTGC ช่วยป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ

ขณะที่ การลงทุน AI แนะนำลดสัดส่วนเหลือ 4-5% และเน้นหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะเทคโนโลยี แม้ Valuation สูงแต่ยังไม่ใช่ฟองสบู่ เนื่องจากกำไรแข็งแกร่งและเริ่มเห็นการสร้างรายได้จาก AI ชัดเจนขึ้น 

“ความเสี่ยงตลาดยังอยู่ที่ภูมิรัฐศาสตร์และกำลังซื้อในประเทศ  ขณะที่ราคาพลังงานสูงกดดันการบริโภค จึงแนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่ม AMC ที่ยังเผชิญปัญหาจัดเก็บหนี้”

ส่วนความเสี่ยงที่ต้องติดตามได้แก่ สงครามการค้า โดยมาตรการภาษีมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่เก็บไทย 12.5% แม้จะมีผลกระทบ แต่ประเมินว่าจำกัด เนื่องจากอัตราดังกล่าวยังใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่างเวียดนามและจีน ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่สูงกว่า 80% ของ GDP ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จำกัดการบริโภคภายในประเทศ และทำให้การฟื้นตัวไม่ทั่วถึงในทุกกลุ่ม

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS กล่าวว่า สำหรับการลงทุน 5 เดือนหลัง แนะนำหุ้น 74% ตราสารหนี้ 22% และสินทรัพย์ทางเลือก-ทองคำ 4% โดยให้น้ำหนักหุ้นสหรัฐฯ 43% เทคโนโลยีสหรัฐ 5% ญี่ปุ่น 3% อินเดีย 6% เกาหลีใต้ 5% และเทคโนโลยีจีน 8% เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้นไทย ขณะที่ บริษัทเดินหน้าสู่การเป็น Wealth Advisor เต็มรูปแบบ รองรับการลงทุนแบบ Multi-asset ผ่านผลิตภัณฑ์ อย่าง Auto Top Fund, DR Global Index, DR Stock และ Structured Notes และพัฒนาบริการแบบ Personalized Experience