วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ปิดร่วง 11.74 จุด กังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่าน สะดุด จับตาเงินเฟ้อ โบรกเกอร์ชู BDMS-CPALL-SCB เด่น

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (11 ส.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,612.62 จุด ร่วง 11.74 จุด หรือ 0.72% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,628.67 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,610.41 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 69,950.50 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. DELTA ราคาปิด 269.00 บาท ลดลง 10.00 บาท หรือ 3.58% มูลค่าซื้อขาย 4,877.74 ล้านบาท

2. PTT ราคาปิด 39.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.94% มูลค่าซื้อขาย 4,490.83 ล้านบาท

3. PTTEP ราคาปิด 152.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.67% มูลค่าซื้อขาย 3,693.50 ล้านบาท

4. GULF ราคาปิด 65.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 1.52% มูลค่าซื้อขาย 2,633.11 ล้านบาท

5. TOP ราคาปิด 68.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท หรือ 4.96% มูลค่าซื้อขาย 2,527.03 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ปิดร่วง 11.74 จุด กังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่าน สะดุด จับตาเงินเฟ้อ โบรกเกอร์ชู BDMS-CPALL-SCB เด่น

กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อย และนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ยังถูกขับเคลื่อนโดยหุ้น Delta เป็นหลัก ทำให้ดัชนีมีลักษณะปรับขึ้นลงตามทิศทางของหุ้นดังกล่าว
 

ทั้งนี้ แม้ Delta ไต้หวันจะรายงานยอดขายเดือนก.ค.2569 เติบโต 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยไตรมาส 2/2569 ราว 10% แต่ราคาหุ้นกลับไม่ได้ตอบรับในทางบวก เนื่องจากตลาดรับรู้แนวโน้มรายได้ไตรมาส 3/2569 ที่อาจชะลอตัวไปล่วงหน้าแล้ว ขณะที่แรงกดดันหลักมาจากปัจจัยภายนอกมากกว่าผลประกอบการ

โดยอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน หลังมีสัญญาณว่าการเจรจายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ส่งผลให้ตลาดโลกอยู่ในภาวะระมัดระวัง และเป็นแรงกดดันต่อดัชนีหุ้นไทย

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ โดยตลาดคาดเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.2-0.3% เมื่อเทียบรายเดือน ทั้งนี้ ประเมินว่าตัวเลขไม่น่าจะสร้างเซอร์ไพรส์รุนแรง เนื่องจากนักวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการให้สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดแล้ว

ดังนั้น ตลาดหุ้นสหรัฐ และไทยมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway มากกว่าการปรับตัวขึ้นหรือลงแรง แนะถือหุ้นเดิม และรอสะสมดัชนีหุ้นไทยแถวบริเวณ 1,600 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนที่มีสถานะอยู่แล้วสามารถถือต่อได้ เนื่องจากมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์

"จังหวะเข้าซื้อสะสม มองว่า หากดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 1,600 จุดต้นๆ จะเป็นระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกรณีที่เกิดจากแรงกดดันของหุ้น DELTA เนื่องจากมองว่าบริเวณดังกล่าวมีแนวรับที่แข็งแกร่ง และมีโอกาสฟื้นตัวได้ เช่นเดียวกับช่วงก่อนหน้าที่ดัชนีเคยลงไปแตะ 1,598 จุด ก่อนดีดกลับขึ้นมา"

นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานของตลาดยังมีแรงหนุนจากแนวโน้มกำไรต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมี และพลังงานที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบซึ่งยังทรงตัวในระดับสูง

สำหรับหุ้นเด่น แนะนำลงทุนในกลุ่มที่รอการฟื้นตัว และหุ้นที่ราคายัง Laggard เมื่อเทียบกับตลาด ได้แก่ BDMS ในกลุ่มโรงพยาบาล, CPALL ในกลุ่มค้าปลีก และ SCB ในกลุ่มธนาคาร โดยมองว่า SCB เป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจจากระดับราคาที่ค่อนข้างถูก

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์