หุ้นไทยเช้านี้บวก 1.76 จุด แรงหนุนกลุ่มพลังงาน หลังสงครามเดือด จับตา CPI คืนนี้ ที่จะประกาศซึ่งตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.4-3.5% กดดันตลาดโลก และ Bond Yield อายุ 10 ปี และ 30 ปี ที่ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์
ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 11 ส.ค.69 เปิดตลาดบวก 1.76 จุด หรือ 0.11% อยู่ที่ 1,626.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 15,084.42 ล้านบาท
ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมารุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 5% และสร้างความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัว ซึ่งอาจกดดันนโยบายการเงินทั่วโลกให้ตึงตัวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยเฉพาะตัวช่วยจำกัดแรงขาย เนื่องจากโครงสร้างตลาดมีหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันในสัดส่วนราว 1 ใน 3 ทำให้คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดหุ้นบางประเทศ โดยประเมินแนวรับสำคัญบริเวณ 1,600-1,610 จุด และเชื่อว่ายังมีโอกาสยืนได้ในวันนี้
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แนะนำเลือกหุ้นกลุ่มพลังงานที่ราคายังปรับตัวขึ้นไม่มากและมีการย่อตัวลงมาแล้ว โดย PTT เป็นหุ้นเด่น มีโอกาสขยับขึ้นตามหุ้นพลังงานที่ปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้า เช่น PTTEP, TOP และ BCP
นอกจากนี้ แนะนำเก็งกำไร PRM ในกลุ่มคลังเก็บน้ำมัน ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความไม่แน่นอนของปริมาณการขนส่งและการจัดเก็บน้ำมัน ขณะที่กลุ่มเดินเรือมอง PSL น่าสนใจสำหรับการเก็งกำไร เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบอาจทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ส่งผลให้ค่าระวางและค่าพรีเมียมเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นโลก หลังเผชิญแรงกดดันจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ที่จะประกาศในคืนนี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.4-3.5% และทิศทาง Bond Yield สหรัฐฯ ทั้งอายุ 10 ปี และ 30 ปี ที่ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ภาวะดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกจะถูกซื้อขายบนระดับ P/E ที่ลดลง



