“กรณ์ จาติกวณิช” ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ลงทุน เผย 5 หลักคิดสร้างความมั่งคั่งระยะยาว ย้ำกระจายความเสี่ยง มีวินัย อย่า FOMO และอย่าทุ่มหมดหน้าตัก
KEY POINTS
- กระจายความเสี่ยงเสมอ อย่าลงทุนแบบ All In และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจลงทุนตามกระแสเพราะกลัวตกขบวน (FOMO)
- เป้าหมายหลักคือ การอยู่รอดในตลาดระยะยาว ไม่ใช่การพยายามเอาชนะทุกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเพื่อรักษาเงินทุน
- ไม่จำเป็นต้องคาดการณ์ตลาดได้ถูกต้องเสมอไป ขอเพียงตัดสินใจถูกมากกว่าผิดเล็กน้อย และมีวินัยอย่างต่อเนื่องก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้
- รู้จักจุดแข็งจุดอ่อนของตนเอง และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ไม่ถนัดเพื่อลดความผิดพลาด และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ
- รักษาความถ่อมตัวอยู่เสมอแม้จะประสบความสำเร็จ เพราะความมั่นใจที่มากเกินไปอาจนำไปสู่ความประมาท และความเสียหายในอนาคต
ท่ามกลางตลาดการลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวน และโอกาสใหม่ๆ นักลงทุนจำนวนมากมักเผชิญกับความกังวลว่าจะ “ตกขบวน” หรือพลาดโอกาสสร้างผลตอบแทน ล่าสุด กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ถอดบทเรียนการลงทุน 40 ปีผ่านคลิปวิดีโอในเฟซบุ๊กส่วนตัว “กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij” ถ่ายทอดประสบการณ์ และหลักคิดสำคัญในการลงทุน โดยเน้นว่าเป้าหมายของนักลงทุนไม่ใช่การชนะทุกครั้ง แต่คือ การอยู่รอดในตลาดระยะยาว
กรณ์ จาติกวณิช กล่าวว่า การลงทุนให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว สิ่งสำคัญไม่ใช่การมองหาโอกาสที่ดีที่สุดเพียงครั้งเดียว แต่คือ การมีวินัยในการบริหารความเสี่ยง และสามารถอยู่ในตลาดได้ตลอดหลายวัฏจักร โดยสรุปหลักการสำคัญ 5 ประการสำหรับสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
1. กระจายความเสี่ยง และรักษาวินัย อย่าตกหลุม FOMO
หลักการแรกคือ “อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าเดียว” นักลงทุนต้องกระจายความเสี่ยงอยู่เสมอ แม้จะพบโอกาสที่เชื่อว่าดีที่สุด ก็ไม่ควรลงทุนแบบ All In เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่อพอร์ตลงทุนได้
นอกจากนี้ นักลงทุนต้องระวังพฤติกรรม FOMO (Fear Of Missing Out) หรือความกลัวตกขบวน ซึ่งมักทำให้ตัดสินใจลงทุนตามกระแสหรือราคาที่กำลังปรับตัวขึ้น โดยขาดการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ จนกลายเป็น “แมลงเม่า” ในตลาด
2. เป้าหมายไม่ใช่ชนะทุกครั้ง แต่ต้องเป็นผู้รอดชีวิตในตลาด
กรณ์ ระบุว่า การสร้างความมั่งคั่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคาดการณ์ตลาดได้ถูกต้องทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยงให้สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว
นักลงทุนที่มีความมั่นใจมากเกินไป หรือมีอีโก้จนกล้าทุ่มเงินทั้งหมดกับการลงทุนครั้งเดียว อาจเผชิญความเสียหายจนไม่สามารถกลับมาได้ ขณะผู้ที่รู้จักประเมินความเสี่ยง และรักษาเงินทุนไว้ จะมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า
3. ไม่จำเป็นต้องถูกทุกครั้ง ขอเพียงชนะมากกว่าแพ้เล็กน้อย
อดีตรัฐมนตรีคลัง ย้ำว่า นักลงทุนไม่จำเป็นต้องตัดสินใจถูกทุกครั้ง เพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ตลาดได้แม่นยำ 100%
โดยยกตัวอย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer) นักเทนนิสระดับโลก ที่แม้จะคว้าชัยชนะมากมาย แต่เมื่อดูในระดับ “แต้มต่อแต้ม” เขาชนะเพียงเล็กน้อยกว่าครึ่งเท่านั้น
ดังนั้น การลงทุนก็เช่นเดียวกัน เพียงสามารถตัดสินใจถูกมากกว่าผิดเล็กน้อย และรักษาวินัยได้ต่อเนื่อง ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้
4. รู้จักตัวเอง และใช้ผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ไม่ถนัด
กรณ์แนะนำว่า นักลงทุนควรเข้าใจตัวเอง ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน ความสนใจ และข้อจำกัดของตนเอง เพราะการลงทุนเฉพาะสิ่งที่ชอบหรือถนัด อาจทำให้พลาดโอกาสในสินทรัพย์ประเภทอื่น
หากมีเรื่องที่ไม่เชี่ยวชาญ นักลงทุนควรเปิดรับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยเติมเต็มจุดอ่อน และลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ
5. รักษาความถ่อมตัว แม้ประสบความสำเร็จ
หลักการสุดท้ายคือ “Stay Humble” หรือการรักษาความถ่อมตัว เพราะตลาดลงทุนมีความไม่แน่นอนเสมอ
กรณ์เตือนว่า เมื่อประสบความสำเร็จจากการลงทุน นักลงทุนไม่ควรคิดว่าตัวเองสามารถเอาชนะตลาดได้ตลอดเวลา เพราะความมั่นใจที่มากเกินไปอาจนำไปสู่ความประมาท และความเสียหายในอนาคต
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





