วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม 2569

Login
Login

หุ้น PSL พุ่ง 7% รับงบไตรมาส 2 ดีกว่าคาด โบรกแนะเก็งกำไร ลุ้นแนวต้านที่ 9.50 บาท

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 7 ส.ค.2569 หุ้น PSL หรือ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) บวก 7.02% เพิ่มขึ้น 0.60 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 9.15 บาท

หุ้น PSL พุ่ง 7% รับงบไตรมาส 2 ดีกว่าคาด โบรกแนะเก็งกำไร ลุ้นแนวต้านที่ 9.50 บาท

ณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า  ราคาหุ้น PSL ปรับตัวขึ้นโดดเด่นราว 7% ในการซื้อขายวันนี้ หลังนักลงทุนตอบรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นแรงซื้อเข้ามาใน หุ้น PSL ทันที หลังบริษัทรายงานกำไรเติบโตอย่างโดดเด่น สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจเดินเรือและภาวะตลาดค่าระวางเรือที่เอื้ออำนวย
 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นค่อนข้างรวดเร็วในระยะสั้น แต่มองว่ายังสามารถใช้กลยุทธ์เก็งกำไรตามสัญญาณทางเทคนิคได้ โดยประเมินแนวต้านสำคัญไว้ที่บริเวณ 9.50 บาท

ขณะที่ผู้ลงทุนควรกำหนดจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 8.85 บาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเดิม หากราคาหลุดระดับดังกล่าวแนะนำให้ขายเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายังยืนเหนือระดับ 8.85 บาทได้ มีโอกาสเห็นหุ้นค่อย ๆ ปรับตัวขึ้นต่อในระยะสั้น

"หุ้น PSL กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุน หลังผลประกอบการไตรมาสล่าสุดออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาหุ้นปรับขึ้นมาในช่วงเวลาสั้น ๆ นักลงทุนควรบริหารความเสี่ยงและปฏิบัติตามวินัยการลงทุน โดยใช้กรอบแนวรับและแนวต้านเป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจ"

บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เปิดเผย ผลประกอบการไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกปี 2569 พลิกกลับมามีกำไร หลังได้รับแรงหนุนจากภาวะตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่ฟื้นตัว ส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือและรายได้จากการเดินเรือปรับตัวสูงขึ้น แม้ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 521.49 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 43.31 ล้านบาท โดยรายได้เฉลี่ยต่อวันต่อลำของกองเรือเพิ่มขึ้นเป็น 16,676 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 10,132 ดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2/2568 สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองและการขยายกองเรือ ส่งผลให้รายได้จากการเดินเรือสุทธิเพิ่มขึ้น 667.46 ล้านบาท หรือ 58% ขณะที่ EBITDA เติบโตเป็น 30.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 13.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัทยังรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 24.44 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับหุ้นกู้สกุลเงินบาทที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2572 และ 2577 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้

ด้านต้นทุน แม้ผลการดำเนินงานจะดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือยังเพิ่มขึ้น 79.76 ล้านบาท หรือ 16% จากต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองและอะไหล่ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเรือ "หัทยา นารี" ซึ่งติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย และเรือบรรทุกน้ำมัน "ธาริณี นารี" ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.46 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ลงทุนซื้อเรือ

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 629.68 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 183.55 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองและธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลให้รายได้จากการเดินเรือสุทธิเพิ่มขึ้น 975.99 ล้านบาท หรือประมาณ 45%

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทยังบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 74.07 ล้านบาท และกำไรจากการขายเรือจำนวน 2 ลำ มูลค่า 18.83 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายอื่น 40.19 ล้านบาท จากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรือ "มยุรี นารี" ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 114.50 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพื่อรองรับการลงทุนในกองเรือ