วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์พุ่งขึ้นต่อ ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ผลประกอบการแข็งแกร่ง

ดาวโจนส์พุ่งขึ้นต่อ ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อคืน และบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ได้รับแรงส่งจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวขึ้นของหุ้นอินวิเดีย 

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.69) โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวขึ้นของหุ้นอินวิเดีย (Nvidia)

ดัชนีซึ่งประกอบด้วยหุ้น 30 ตัว ปรับตัวขึ้น 263.24 จุด หรือ 0.49% ปิดที่ระดับสถิติสูงสุดตลอดกาล 54,349.12 จุด และเป็นการปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ห้า ขณะที่ดัชนี S&P 500 ย่อตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ทำไว้ในช่วงต้นวัน โดยย่อตัวลง 0.17% สู่ระดับ 7,723.55 จุด เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง ส่วนดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ลดลง 0.83% ปิดที่ 26,363.44 จุด

การเคลื่อนไหวในวันพุธได้ยุติสถิติการปิดบวกติดต่อกันสี่วันของดัชนี S&P 500

หุ้นNvidia ขึ้น แต่SpaceX ดิ่ง

หุ้นอินวิเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นดัชนีดาวโจนส์ พุ่งขึ้นมากกว่า 3% หลังจากที่ อีลอน มัสก์  กล่าวว่า สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) จะใช้เพียงโปรเซสเซอร์ของอินวิเดียเท่านั้นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคต โดยในการแถลงผลประกอบการของสเปซเอ็กซ์เขากล่าวว่า อินวิเดียมี "คอมพิวเตอร์ AI ที่ดีที่สุด" ก่อนจะเสริมว่า "เราใช้งานอินวิเดียแบบเอ็กซ์คลูซีฟ"

อย่างไรก็ตาม หุ้นสเปซเอ็กซ์ ดิ่งลงมากกว่า 13% ปิดที่ 108.27 ดอลลาร์ต่ำกว่ามากจากราคาไอพีโอที่ 135 ดอลลาร์ หลังจากบริษัทผลิตจรวดได้เปิดเผยรายงานผลประกอบการรายไตรมาสครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนมิถุนายน โดยบริษัทระบุว่ารายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) พุ่งขึ้นหกเท่า สู่ระดับ 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่สอง ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในด้าน AI

ยักษ์ใหญ่ด้านชิปอย่าง แอดวานซ์ ไมโคร ดิไวเซส หรือเอเอ็มดี (Advanced Micro Devices - AMD) และ อัลฟาเบท (Alphabet) หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเจ็ดนางฟ้า "Magnificent Seven" ต่างเจอปัญหา โดยหุ้น AMD ร่วงลง 7% หลังจากบริษัทรายงานกำไรปรับปรุงแล้วซึ่งสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อย ส่วนอัลฟาเบทร่วงลง 4% หลังจากบริษัทประกาศว่ากำลังปรับโครงสร้างแผนก AI และเจฟฟ์ ดีน  ประธานนักวิทยาศาสตร์ กำลังจะลาออกจากบริษัทหลังจากทำงานมานานถึง 27 ปี

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เพิ่งผ่านพ้นช่วงการซื้อขายที่สดใส โดยดัชนี S&P 500 ปิดเหนือระดับ 7,700 จุดเป็นครั้งแรก และดาวโจนส์ก็ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

"ดูเหมือนว่าความคึกคักของนักลงทุน (Animal spirits) จะกลับมาอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ" รอสส์ เมย์ฟิลด์ นักกลยุทธ์การลงทุนจากแบร์ด (Baird) กล่าว พร้อมเสริมว่าขนาดของการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาระดับนี้ "ค่อนข้างหาได้ยากในเชิงประวัติศาสตร์" โดยเมื่อวันอังคาร ดัชนีหลักทั้งสามได้ทำสถิติผลงานสี่วันที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025

ความหวังช่องแคบฮอร์มุซเปิด ดันหุ้นขึ้น

ความหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ในตะวันออกกลางอีกครั้ง ได้ช่วยหนุนตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้เช่นกัน

ราคาน้ำมันทรงตัวในวันพุธหลังจากปรับตัวลดลงในวันอังคาร เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์  กล่าวว่า สหรัฐ และอิหร่านอาจเข้าใกล้ข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนกันยายน ปิดลดลง 0.73% ที่ 75.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากล ปรับตัวขึ้น 0.11% ปิดที่ 79.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์