วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

กำไร TRUE โตแรง...ถึงเวลาเข้าลงทุนหรือยัง? โบรกแนะ 'ซื้อ' แม้เจอแรงกดดัน China Mobile

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE โชว์กำไรปกติไตรมาส 2/69 เติบโตแข็งแกร่งตามคาด พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" มองกำไรครึ่งปีหลังมีโอกาสเติบโตต่อ แม้ระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากแผนพิจารณาขายหุ้นไม่เกิน 1% ของ China Mobile ซึ่งถูกมองว่ากระทบปัจจัยพื้นฐานจำกัด และอาจเป็นจังหวะสะสมหากราคาหุ้นอ่อนตัวลง

กิตติสร พฤติภัทร, CFA, FRM นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน ด้านหลักทรัพย์ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า TRUE รายงานกําไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 6.7 พันล้านบาท เติบโต 60.8% YoY และ 2.2% QoQ เป็นไปตามที่ INVX และตลาดคาด ส่งผลทําให้กําไรปกติครึ่งปีแรกของปี 2569 คิดเป็น 51.5% ของประมาณการกําไรทั้งปีของเรา ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้า TRUE ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.15 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 1.1%)

สําหรับไตรมาส 3/69 คาดว่ากําไรจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นทั้ง YoY และ QoQ นอกจากนี้ TRUE ยังเปิดเผยว่า China Mobile อยู่ระหว่างพิจารณาขายหุ้น TRUE ในสัดส่วนไม่เกิน 1% ซึ่งน่าจะมีผลกระทบจํากัดต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัท คงคําแนะนํา OUTPERFORM สําหรับ TRUE  ด้วยราคาเป้าหมายใหม่กลางปี 2570 อิงวิธี DCF (WACC 8.5% และอัตราการเติบโตระยะยาว 1.5% ที่ 18.5 บาท จาก 18 บาท  

ทั้งนี้ผลประกอบการไตรมาส 2/69 เป็นไปตามที่ INVX และตลาดคาด TRUE รายงานกําไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 227.9% YoY แต่ทรงตัว QoQ โดยในไตรมาสนี้ TRUE บันทึกรายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ใช่เงินสดจํานวน 181 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตัดจําหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งานและการด้อยค่าของเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทร่วมที่อยู่ระหว่างการชําระบัญชี 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากการกลับรายการประมาณการหนี้สินอันเป็นผลจากความคืบหน้าในเชิงบวกของคดีความ เมื่อหักรายการพิเศษออก กําไรปกติอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.8% YoY และ 2.2% QoQ ซึ่งเป็นไปตามที่ INVX และตลาดคาด รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 3.29 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% YoY และ 0.6% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากจํานวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 2.2% YoY และ ARPU ระบบเติมเงินที่เพิ่มขึ้น 4.9% 

ขณะที่รายได้จากธุรกิจออนไลน์อยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 0.1% QoQ หลักๆ ได้แรงหนุนจากจํานวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 3.5% YoY สําหรับธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก มีรายได้ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 22.1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1.4% QoQ โดยการลดลง YoY เป็นผลจากรายได้ค่าสมาชิกที่ลดลงหลังไม่ต่อสิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก (EPL) ขณะที่การเพิ่มขึ้น QoQ ได้แรงหนุนจากการจัดคอนเสิร์ตตามฤดูกาล ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานรวม (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย) อยู่ที่ 1.76 หมื่นล้านบาท ลดลง 28.7% YoY และ 4.4% QoQ จากต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงและประโยชน์จาก synergy โดยรวมแล้ว กําไรปกติครครึ่งปีแรกของปี 2569 คิดเป็น 51.5% ของประมาณการกําไรทั้งปีของเรา ซึ่งยังเป็นไปตามเป้า 

นอกจากนี้ TRUE ยังประกาศจ่ายเงินปันผล 0.15 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 1.1%) ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 ส.ค. คาดกําไรไตรมาส 3/69 แข็งแกร่งขึ้น กําไรไตรมาส 3/69 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ เชื่อว่ารายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 3/69 จะยังคงเติบโต YoY จากฐานตํ่าในปีก่อนซึ่งเกิดจากเหตุการณ์เครือข่ายขัดข้องใน 2Q25 ที่ส่งผลต่อเนื่องมายัง 3Q25 

ขณะเดียวกัน ต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาส 3/69 เนื่องจากการประมูลเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.2568 กรณี China Mobile มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานจํากัด ข่าวล่าสุดระบุว่า China Mobile ซึ่งปัจจุบันถือหุ้น  7.8% ใน TRUE อาจขายหุ้นบางส่วนออกมา โดยตามข้อมูลจาก TRUE นั้น China Mobile อยู่ระหว่างพิจารณาขายหุ้น TRUE ในสัดส่วนไม่เกิน 1% และยังคงมีความประสงค์ที่จะเป็นผู้ถือหุ้นระยะยาวและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่สําคัญของบริษัทต่อไป เรามองว่าหากราคาหุ้น TRUE ปรับตัวลดลงจากข่าวนี้จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เนื่องจากมีผลกระทบจํากัดต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัท 

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อครั้งที่ Telenor ประกาศขายหุ้น TRUE ในเดือนม.ค.2569 ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 14.5% และใช้เวลา 12 วันทําการในการกลับขึ้นมาสู่ระดับเดิม ความเสี่ยงและความกังวลเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้ของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจ FBB โครงสร้างทีมผู้บริหารหลังจากเทเลนอร์ขายหุ้นเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม ความเสี่ยงด้าน ESG ที่สําคัญ คือ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้บริการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได

ด้าน ปิยะธิดา สนธิสมบัติ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า TRUE รายงานกําไรสุทธิงวดไตรมาส 2/69 ที่ 6.5 พันล้านบาท -0.5%  QoQ, +223%  YoY รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ 181 ล้านบาท ซึ่งถือว่าใกล้กับที่ตลาดคาด แต่ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยราว 11% จากทั้งต้นทุน รวมทั้งค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่สูงกว่าคาด

ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษ กําไรปกติอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท +3%QoQ, +60%YoY แม้รายได้จะลดลง 8% YoY เพราะไม่มีรายได้ค่าบริการโรมมิ่งคลื่น 850 MHz ให้ NT หลังสิ้นสุดสัญญาตั้งแต่ไตรมาส 3/68 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร/ยอดขาย เพิ่มขึ้น แต่กําไรยังโตได้  เพราะอัตรากําไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) สูงขึ้นเนื่องจากโครงการที่สิ้นสุดไปดังกล่าวเป็นโครงการที่สร้างผลขาดทุนและมีดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำลง นอกจากนี้ บริษัทประกาศจ่ายปันผล 0.15 บาท สําหรับงวด 2Q69 (XD 17 ส.ค. 69 นี้)  

นอกจากนี้ ภาพกําไรสุทธิโดยรวมสําหรับครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 46% ของคาดการณ์กําไรทั้งปีของเรา ขณะที่แนวโน้มกําไรในไตรมาส 3/69 กําไรน่าจะยังทรงตัว QoQ ต่ออีก เพราะเชื่อว่าผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย ส่วน “ไอโฟน 18” น่าจะยังไม่มีนัยสําคัญนัก เพราะเป็นการเปิดตัวช่วงปลายไตรมาสแต่ยังคาดหวังกําไรที่เติบโตYoY ได้จากฐานกําไรต่ําในไตรมาส 3/68 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สะท้อนกับการดําเนินงานช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด เราจึงปรับลดประมาณการกําไรปกติปี 2569 -2570 ลงจากเดิมราว 11% เหลือ 2.56 หมื่นล้านบาท +177% YoY และ 2.91 หมื่นล้านบาท +14% YoY ตามลําดับ โดยได้ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2570 ซึ่งจะอยู่ที่ 16.00 บาท (DCF, WACC7.3%) และคงคําแนะนํา “ซื้อ” เพราะคาดการเติบโตของกําไรปกติปี 2569 –2570 ที่อัตราเฉลี่ย 23% รวมถึงราคาหุ้นยังไม่แพงเพราะปัจจุบันTRUE ซื้อขายด้วย PEGปี 2570 ที่ 0.5 และ มี dividend yield สําหรับไตรมาส 2/69 ราว 1.1% และคาดจะเพิ่มเป็น 4.9% สําหรับงวดปี 2570 อย่างไรก็ตามระยะสั้นยังมีปัจจัยกดดันจากแรงขายที่จะเกิดขึ้นจาก China Mobile ที่แจ้งเพิ่มเติมว่ากําลังพิจารณาขายหุ้น TRUE ในจํานวนไม่เกิน 1% หรือไม่เกิน 345.5 ล้านหุ้น ซึ่งยังมากกว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย YTD ราว 209 ล้านหุ้น/วัน

ขณะที่ นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า TRUE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 6.55 พันล้านบาท +223% YoY, -0.6% QoQ) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสดและรายการพิเศษจำนวน 181 ล้านบาท (จากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ส่วนเกินและการด้อยค่าของเงินกู้ภายใต้กระบวนการชำระบัญชี) กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะอยู่ที่ 6.74 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ผลประกอบการออกมาตรงตามที่ทั้ง TISCO และ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ นอกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งอีกไตรมาสหนึ่งแล้ว TRUE ยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ที่ 79% (เทียบกับ 73% ใน 1Q26 และเป้าหมายของผู้บริหารที่ 70%) เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ในครึ่งปีแรกของปี 2569 คิดเป็น 60% ของประมาณการเงินปันผลทั้งปี 2569 ของเราแล้ว อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณการ DPS ทั้งปีไว้ที่ 0.48 บาทต่อหุ้นด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากคาดว่าการกลับมาใช้จ่ายงบลงทุน (CAPEX) ที่ยังไม่ได้ใช้มากกว่าสองในสาม จะกดดันการจ่ายเงินปันผลในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569

ทั้งนี้ รายได้จากบริการหลักไม่รวม IC อยู่ที่ 4.14 หมื่นล้านบาท (+0.8% QoQ, +0.8% YoY) สอดคล้องกับประมาณการของเรา รายได้จากบริการมือถือเติบโต 1.6% YoY ได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น (บนฐานที่ต่ำจากเหตุการณ์เครือข่ายล่มในไตรมาส 2/68) และ ARPU ที่ปรับสูงขึ้นเล็กน้อย จำนวนลูกค้าใหม่สุทธิของธุรกิจมือถือยังคงเป็นบวกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 479,000 เลขหมาย ขณะที่ ARPU อ่อนตัวลงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และกฎเกณฑ์ของ กสทช. ที่ยังคงนับบัญชีที่มียอดคงเหลือต่ำเป็นผู้ใช้งานที่ยังใช้งานอยู่ รายได้จากบริการออนไลน์เพิ่มขึ้น 1.7% YoY โดยหลักมาจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจ PayTV ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากสูญเสียลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล EPL อย่างไรก็ตาม TRUE ได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากบริการในปี 2026 (ไม่รวม IC) ลงมาอยู่ที่ 1-2% จากเดิม 2-3% เนื่องจากการท่องเที่ยวที่อ่อนแอ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความอ่อนตัวของธุรกิจ PayTV อย่างไรก็ดี เป้าหมายใหม่นี้ยังสอดคล้องกับประมาณการของเรา

ขณะที่ EBITDA Margin ในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้นเป็น 61.7% เทียบกับ 50.4% ในไตรมาส 2/68 และ 60.4% ในไตรมาส 1/69 แม้สัดส่วน SG&A ต่อรายได้จากบริการหลักจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY (จากการตั้งสำรองโบนัส) และ QoQ (จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น) แต่ EBITDA Margin ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง การปรับตัวดีขึ้น YoY ส่วนใหญ่เกิดจากการสิ้นสุดสัญญาเช่าคลื่นความถี่กับ NT ขณะที่การปรับตัวดีขึ้น QoQ สะท้อนถึงยอดขายอุปกรณ์ตามฤดูกาลที่ลดลง (ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า) และต้นทุนด้านกฎระเบียบที่ลดลง หลังได้รับประโยชน์พิเศษเพียงครั้งเดียวในไตรมาส 2/69 ในขณะเดียวกัน ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A) เพิ่มขึ้น 0.7% QoQ ตามปัจจัยด้านฤดูกาลและการลงทุน CAPEX ใหม่ สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป เราคาดว่ากำไรในไตรมาส 3/69 จะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากการประหยัดต้นทุนคลื่นความถี่ ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโต YoY ขณะที่กำไร QoQ ก็น่าจะปรับดีขึ้นจากปัจจัยด้านฤดูกาล และแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากโครงการแจกเงินของภาครัฐ

นอกจากนี้ TRUE ได้ชี้แจงเพิ่มเติมต่อตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับการจำหน่ายหุ้นที่อาจเกิดขึ้นของ China Mobile โดยระบุว่าการขายหุ้นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในปัจจุบันจะจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 1% ของสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมด 7.81% นอกจากนี้ China Mobile ยังยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ถือหุ้นระยะยาวของบริษัท เรามองประเด็นนี้ในเชิงบวก เนื่องจากช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับขนาดของการขายหุ้นที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้ผลกระทบต่อราคาหุ้น TRUE มีแนวโน้มจะจำกัดมากกว่าที่ตลาดเคยกังวล อย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นน่าจะช่วยลดแรงกดดันจาก Overhang ของหุ้น ขณะที่กลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TRUE โดยประเมินมูลค่าที่เหมาะสมไว้ที่ 16.00 บาทต่อหุ้น