วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘กูรู’ ชี้ ‘หุ้นเกาหลีใต้’ ผันผวนสูง แม้ ‘เอไอ’ ดันกำไรโต แนะกระจายพอร์ตปิดเสี่ยง 

กระแสการลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้” ยังได้รับความสนใจต่อเนื่อง จากอานิสงส์ความต้องการชิปที่เติบโตตามการขยายตัวของเทคโนโลยี AI ส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทชั้นนำยังแข็งแกร่ง และระดับมูลค่าหุ้นเริ่มกลับมาน่าสนใจ แต่ “กูรู” เตือนว่า “ตลาดหุ้นเกาหลี” ยังคงมีความผันผวนสูงจากสัดส่วนนักลงทุนรายย่อย

“เอนีส ตียาสิริ” Head of Southeast Asia and India Intermediaries, J.P. Morgan Asset Management เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ในปัจจุบันมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมา จากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากกระแส AI แต่ทว่าในอีกด้านหนึ่งตลาดยังเผชิญความผันผวนสูงจากโครงสร้างนักลงทุนที่มีสัดส่วนรายย่อยจำนวนมาก รวมถึงการใช้ Leverage และ Margin ระดับสูง

แม้ปัจจัยพื้นฐานจะดีขึ้น แต่ทว่าโครงสร้างตลาดกลับสร้างความเสี่ยงด้านความผันผวน จากปริมาณซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่ของเกาหลี เช่น SK Hynix และ Samsung ส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อยคิดเป็นเกือบ 90% ของมูลค่าการซื้อขาย ทำให้ราคาหุ้นแกว่งตัวรุนแรง และมีโอกาสเกิดมาตรการ Circuit Breaker ได้บ่อยกว่าตลาดอื่น และใช้บัญชีมาร์จินรวมถึงลงทุนผ่าน ETF ประเภท Leverage ยังเป็นอีกปัจจัยเร่งให้ความผันผวนรุนแรงขึ้น

หากนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นเกาหลียังมี “ความเสี่ยงสูง” แม้แนวโน้มธุรกิจจะสดใสจาก AI ก็ตาม ดังนั้น การจัดพอร์ตควรกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ หรือภูมิภาคอื่นเพื่อช่วยลดความเสี่ยงโดยรวม ไม่ควรกระจุกตัวอยู่ในหุ้น หรือตลาดใดตลาดหนึ่ง เพราะอาจทำให้พอร์ตเผชิญความเสียหายรุนแรงหากเกิดการปรับฐานอย่างรวดเร็ว

“วิน พรหมแพทย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้หุ้นเกาหลีใต้ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทั้งการเติบโตกำไรบริษัทจดทะเบียน และ Valuation ที่ยังไม่แพง แต่สิ่งที่น่ากังวลมาจากพฤติกรรมการลงทุนของรายย่อยที่เข้ามาเก็งกำไรด้วยเครื่องมือที่มี “ความเสี่ยงสูง” จนทำให้ตลาดมีความผันผวนมากขึ้น

โดยในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเกาหลีให้ “ผลตอบแทนโดดเด่น” ส่งผลให้เกิดกระแสความกลัวตกขบวน ทำให้รายย่อยจำนวนมากตัดสินใจเข้าสู่ตลาด หลังจากที่เห็นผู้ลงทุนรอบตัวได้รับผลตอบแทนระดับสูง 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนไม่น้อยไม่ได้ลงทุนผ่านการซื้อหุ้นแบบปกติ แต่เลือกใช้เครื่องมือที่เพิ่มอำนาจการลงทุนและทวีคูณผลตอบแทน เช่น ซื้อหุ้นด้วยบัญชีมาร์จิน ลงทุนใน Leveraged ETF ที่ให้ผลตอบแทน 2-3 เท่าของดัชนีอ้างอิง รวมถึง Single Stock ETF ที่อ้างอิงหุ้นรายตัว เช่น SK Hynix ซึ่งหากราคาหุ้นปรับขึ้น 10% กองทุนแบบ 2 เท่าอาจให้ผลตอบแทนราว 20% แต่ในทางกลับกัน หากราคาหุ้นปรับตัวลง นักลงทุนก็จะขาดทุนในอัตราที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกิดภาวะคล้าย “ฟองสบู่” นักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้นเกาหลี โดยช่วงที่ตลาดร้อนแรงสุด ปริมาณซื้อขายพุ่งสูงกว่าปกติถึง 4 เท่า สะท้อนแรงเก็งกำไรรุนแรง และเป็นบทเรียนการใช้เครื่องมือลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงในช่วงตลาดร้อนแรง อาจสร้างความเสียหายได้มากเมื่อทิศทางตลาดพลิกกลับ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้นเกาหลียังแข็งแกร่ง ทั้งจากแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนและระดับมูลค่าหุ้นที่ยังน่าสนใจ แต่แนะให้นักลงทุนตั้งหลักให้ถูกและหลีกเลี่ยงไล่ซื้อสินทรัพย์ร้อนแรง ใช้การกระจายความเสี่ยงและจัดพอร์ตเหมาะสม เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด

“วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า แม้ตลาดหุ้นเกาหลีจะมีความผันผวนสูงจากการใช้ Leverage และแรงเก็งกำไร แต่ทว่าปัจจัยพื้นฐานของกลุ่มเทคโนโลยี AI ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจชิปหน่วยความจำ และเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ AI ซึ่งเติบโตต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทชั้นนำของเกาหลีมีผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตกว่า 100% เทียบกับปีก่อน พร้อมมีคำสั่งซื้อรองรับยาวถึงปี 2570 ขณะที่ มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ P/E เพียง 4-5 เท่า

ดังนั้น คงแนะนำ Overweight หุ้นเกาหลี สำหรับการลงทุนระยะยาว แต่ควรทยอยลงทุนและกระจายพอร์ตเหมาะสม โดยเฉพาะผ่านพอร์ตแบบ Multi-Asset เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

‘กูรู’ ชี้ ‘หุ้นเกาหลีใต้’ ผันผวนสูง แม้ ‘เอไอ’ ดันกำไรโต แนะกระจายพอร์ตปิดเสี่ยง 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์