วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยปิดร่วง 7.35 จุด แรงกดดันกลุ่มสื่อสารฉุด โบรกเกอร์แนะเก็บ Anti-Commodity รับน้ำมันขาลง

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (5 ส.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,609.78 จุด ปรับตัวลดลง 7.35 จุด หรือ 0.45% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,629.69 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,606.44 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 90,130.53 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. PTT ราคาปิด 38.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.66% มูลค่าซื้อขาย 7,293.71 ล้านบาท

2. TRUE ราคาปิด 13.30 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 3.62% มูลค่าซื้อขาย 7,127.72 ล้านบาท

3. PTTEP ราคาปิด 146.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.68% มูลค่าซื้อขาย 5,005.56 ล้านบาท

4. DELTA ราคาปิด 265.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.75% มูลค่าซื้อขาย 4,381.70 ล้านบาท

5. GULF ราคาปิด 66.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 3,649.59 ล้านบาท

หุ้นไทยปิดร่วง 7.35 จุด แรงกดดันกลุ่มสื่อสารฉุด โบรกเกอร์แนะเก็บ Anti-Commodity รับน้ำมันขาลง

ธนพงศ์ เจริญวัฒนกิจ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ (5 ส.ค.2569) มีทิศทางอ่อนตัวลง โดยได้รับแรงกดดันหลักจากหุ้นรายตัวในกลุ่มสื่อสาร โดยเฉพาะ TRUE และ ADVANC ที่ปรับตัวลดลงส่งผลทำให้กดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดไม่ได้เปลี่ยนแปลงในเชิงลบ โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างรอติดตามความชัดเจนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังจากตลาดรับรู้ข่าวสารไปค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ดี

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม จากการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์และบรรยากาศการลงทุน

"ปัจจัยระยะสั้นที่ต้องจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้ โดยหากผลการเจรจาออกมาในเชิงบวก อาจช่วยลดความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ และส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่อง"

นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อไทยล่าสุดที่ออกมาต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ และชะลอตัวลงจากเดือนก่อนซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นการบริโภคในประเทศ เนื่องจากช่วยเพิ่มโอกาสที่กำลังซื้อจะฟื้นตัว และลดแรงกดดันต่อต้นทุนของภาคธุรกิจ

ส่วนด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นกลุ่ม Anti-Commodity ซึ่งได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง รวมถึงกลุ่มหุ้นที่เชื่อมโยงกับการบริโภคในประเทศที่มีโอกาสได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด

ส่วนการลงทุนแบบรายตัว แนะนำให้เน้นการเก็งกำไรตามปัจจัยเฉพาะ เช่น ผลประกอบการของบริษัท โดยในช่วงที่ตลาดยังรอความชัดเจนจากปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ในคืนนี้อย่างใกล้ชิด เพราะความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างประเทศอาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน และทิศทางตลาดหุ้นไทยในวันถัดไปได้ทันที

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์