ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 4 ส.ค.2569 หุ้น GLOBAL หรือ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บวก 5.92% เพิ่มขึ้น 0.45 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 8.05 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้น GLOBAL ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้มาจากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก
โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ 24% และสูงกว่าที่ตลาดคาดถึง 40%
อย่างไรก็ตาม กำไรที่โดดเด่นในไตรมาสดังกล่าวมีปัจจัยพิเศษจากการบริหารสินค้าคงคลังเป็นสำคัญ โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงถึง 31.6% เนื่องจากบริษัทสามารถรับรู้กำไรจากการจำหน่ายสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะเหล็กที่ซื้อต้นทุนต่ำในช่วงก่อนเกิดความผันผวนของราคาและสถานการณ์สงคราม เมื่อนำมาจำหน่ายในราคาปัจจุบันจึงทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารระบุว่า หากตัดผลบวกจากกำไรสต๊อกดังกล่าวออก อัตรากำไรขั้นต้นที่แท้จริงจะอยู่ที่ราว 27% นอกจากนี้ ผลประกอบการยังได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอีกส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานหลัก จะพบว่าสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อยังไม่แข็งแรง โดยยอดขายสาขาเดิมยังคงติดลบ 4% สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังเปราะบาง ขณะที่สินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านยังถูกจัดเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถชะลอการซื้อได้ในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำขายโดยให้ราคาเป้าหมายที่ 6.70 บาท และไม่แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อไล่ราคา แม้ว่าหุ้นจะปรับขึ้นมาแตะระดับประมาณ 8 บาทแล้ว เนื่องจากมองว่าราคาปัจจุบันสูงกว่าปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมยังคงหดตัว
สำหรับ มุมมองต่อกลุ่มค้าปลีกวัสดุตกแต่งบ้าน หากต้องการลงทุนในกลุ่มดังกล่าวมองว่า HMPRO มีความน่าสนใจมากกว่า GLOBAL เนื่องจากมีฐานลูกค้าในกรุงเทพฯ และเขตเมือง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการปรับปรุงและตกแต่งบ้านหรือคอนโด ขณะที่ GLOBAL ยังพึ่งพากำลังซื้อในต่างจังหวัดเป็นหลัก ซึ่งเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้ความเสี่ยงด้านกำลังซื้อยังมีอยู่ในระยะนี้
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เปิดเผยว่า กำไรสุทธิของ GLOBAL ใน 2Q69 อยู่ที่ 955 ล้านบาท +84% YoY, +19% QoQ ดีกว่าประมาณการของเรา 48% และ ดีกว่า Bloomberg consensus 40% เพราะอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าที่คาดไว้ 4.8ppts และรายได้ equity income สูงเกินคาด ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่ายอดขายที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ 4% ทำให้กำไรสุทธิในงวด 1H69 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท +54% YoY และ คิดเป็น 79% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
ทั้งนี้ ยอดขาย GLOBAL ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 8.2 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY, -5% QoQ) ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเรา 4% ทำให้ยอดขายในงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1.68 หมื่นล้านบาท (+1% YoY) ในขณะที่ SSSG ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 4% แย่กว่าประมาณการของเราที่ -2% ซึ่งอาจสะท้อนถึงการจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอต่อเนื่อง และอุปสงค์บางส่วนที่ถูกร่นเข้ามาในเดือนมีนาคม-เมษายนจากการตุนสต็อก ทั้งนี้ บริษัทเปิดสาขาใหม่ 2 ร้านในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 99 ร้าน จาก 92 ร้านในไตรมาส 2/2568
อย่างไรก็ดี ถึงแม้เราจะคาดเอาไว้อยู่แล้วว่า margin จะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2569 จากยอดขายสินค้า house-brand ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอานิสงส์ของสินค้าในสต็อกที่มีต้นทุนต่ำ และผลของการปรับราคาขาย แต่อัตรากำไรขั้นต้นที่ออกมาจริงในไตรมาส 2/2569 ยังดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 31.6% +6.2ppts YoY, +5ppts QoQ โดยสัดส่วนสินค้า house brand ที่ 27.5% และ อัตรากำไรขั้นต้นของเหล็กสูงเป็นพิเศษที่ระดับสิบปลาย ๆ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 29% +3.8ppts YoY ทั้งนี้ สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายใน 2Q69 อยู่ที่ 20.7% จาก 20.0% ในไตรมาส 2/2569 และ 17.7% ในไตรมาส 1/2569 ซึ่งอาจจะสะท้อนถึงการขยายสาขาร้าน
โดยคาดว่าบริษัทอาจจะไม่สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2569 ที่ 31.6% ไว้ได้ในระยะต่อไปจากการที่อัตรากำไรขั้นต้นของเหล็กมีแนวโน้มจะกลับมาอยู่ระดับปกติในเดือนกรกฎาคม ดังนั้น จึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงในไตรมาส 3/2569 แต่น่าจะยังเพิ่มขึ้น YoY จากการจำหน่ายสินค้า house brand และ ผลจากการปรับราคาขาย เราคาดว่า margin ที่เพิ่มขึ้น YoY จะมีน้ำหนักมากกว่ายอดขายที่อ่อนแอ SSSG ติดลบหลักเดียวกลาง ๆ ในเดือนกรกฎาคม และ ทำให้กำไรเพิ่มขึ้น YoY ใน ไตรมาส 3/2569-ไตรมาส 4/2569
ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาส 2/2569 จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้ขึ้นอีก 19% และ ปีหน้าขึ้นอีก 9% จากการปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นอีก 1.9ppts ในปี 2569 และ อีก 0.8ppt ในปี 2570 โดยเราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นพิเศษใน 2Q69 จะทำให้กำไรในปี 2569F ของ GLOBAL เพิ่มขึ้น 29% YoY และ ทรงตัวในปี 2570F จากการที่ margin กลับมาอยู่ระดับปกติ
ขณะเดียวกันได้ขยับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปีหน้าที่ 8.60 บาท อิงจาก และปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” จากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะกลางถึงยาว เพราะความสำเร็จของกลยุทธ์ house-brand ช่วยขับเคลื่อนให้ margin เพิ่มขึ้น และ ช่วยชดเชยอุปสงค์ที่แผ่วลงไปได้อย่างมาก



