วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ ปิดออลไทม์ไฮ พุ่งเกือบ 700 จุด จากหุ้น Big Tech ปรับขึ้น

 ดัชนีดาวโจนส์ พุ่งเกือบ 700 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้น Big Tech ปรับตัวขึ้น ส่วนราคาน้ำมันร่วงลง

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้นทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (3 ส.ค. 69) เนื่องจากหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวขึ้นในวันแรกของการซื้อขายเดือนสิงหาคม ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน

 

ดัชนี Dow พุ่งขึ้น 693.38 จุด หรือ 1.32% ปิดที่ 53,178.41 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.48% ปิดที่ 7,600.50 จุด ซึ่งอยู่ห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้เมื่อต้นเดือนมิถุนายนเพียงราว 0.3% เท่านั้น ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 2.13% ปิดที่ 25,913.90 จุด

  • หุ้นสื่อสาร-กลุ่มเทคโนโลยีดันตลาดขึ้น

กลุ่มบริการการสื่อสารและกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ดันตลาดให้เติบโต โดยหุ้นของ Meta Platforms พุ่งขึ้น 6% ในวันเดียว ด้าน Amazon ก็ปรับตัวขึ้นมากกว่า 4% ส่งผลให้มูลค่าตลาดแตะระดับ $3 ล้านล้าน เป็นครั้งแรก และทำสถิติราคาปิดสูงสุดใหม่ ในขณะเดียวกัน หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้นเกือบ 3% ส่วน Alphabet และ Microsoft ต่างทะยานขึ้นใกล้เคียง 5%

 

ความเคลื่อนไหวในวันจันทร์ถือเป็นการพลิกผันอย่างสิ้นเชิงจากผลงานผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในเดือนกรกฎาคม ซึ่งกองทุนอีทีเอฟ State Street Technology Select Sector SPDR ETF (XLK) เคยร่วงลงเกือบ 8% จากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัทต่างๆ

 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนได้กลับมากระตือรือร้นและมีมุมมองเชิงบวก (Bullish) ต่อหุ้นเทคโนโลยีอีกครั้ง หลังรายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดไว้ เจด เอลเลอร์โบรก (Jed Ellerbroek) ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก Argent Capital Management กล่าวกับซีเอ็นบีซี ว่า

 

 "ตลาดกำลังสะท้อนราคาว่าการใช้จ่ายงบลงทุน (Capex) ของบริษัท Big Tech กำลังสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่น่าจูงใจ ผู้ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูลมีรายได้โตขึ้นเท่าตัวหรือมากกว่าในไตรมาส 2 แม้ว่าจะมีการร่วงลงอย่างหนักในเดือนกรกฎาคม แต่ความจริงพื้นฐานก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา นั่นคือ ความต้องการประมวลผลขั้นสูง (Accelerated Computing) ยังคงสูงกว่าอุปทานอยู่มาก และช่องว่างนี้ก็ไม่ได้แคบลงเลย"

 

เขากล่าวเสริมว่า "บรรดายักษ์ใหญ่ด้านระบบคลาวด์อยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งมาก และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ก็ยังคงอยู่ในโหมดเติบโตอย่างรวดเร็ว"

  • ราคานำ้มันดิบร่วง

การลดลงของราคาน้ำมันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนโมเมนตัมของตลาด โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ล่วงหน้าส่งมอบระหว่างประเทศ ร่วงลง 4.73% ปิดที่ 83.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ล่วงหน้า ปรับตัวลดลง 5.11% ปิดที่ 80.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

ทรัมป์ระบุเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เขาได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน โดยเสริมว่าการเจรจาระหว่างสองประเทศจะเริ่มขึ้นใหม่ในวันจันทร์ รายงานข่าวจากสื่อสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ระบุว่าประธานาธิบดีกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีระลอกใหม่ เนื่องจากความหวังในการเจรจายุติต่างๆ ลดน้อยลงและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น

 

สัญญาณที่บ่งชี้ว่าสหรัฐ ถอยห่างจากคำขู่โจมตีอิหร่านก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นเช่นกัน พร้อมกับแรงกดดันต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลง ไมเคิล โมนาแฮน (Michael Monaghan) หุ้นส่วนและผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก Founder ETFs กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า:

 

 "ภาระจากการเทขายหุ้น AI ได้หมดลงไปหลังจากที่มีการล้างพอร์ตไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดคือความกังวลก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เกี่ยวกับความไม่สงบในตะวันออกกลาง แม้เรื่องนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นๆ ลงๆ ทุกสัปดาห์ แต่น้ำเสียงและการส่งสัญญาณในตอนนี้ดูเหมือนจะมุ่งไปที่การพยายามแก้ไขปัญหานี้ให้ได้"

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields) ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อผ่อนคลายลงเล็กน้อย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิง ปรับตัวลดลงเกือบ 6 จุด (basis points) มาอยู่ที่ประมาณ 4.688%

 

อย่างไรก็ตาม  อดัม คริซาฟูลลี (Adam Crisafulli) ผู้ก่อตั้ง Vital Knowledge ระบุว่า "นักลงทุนยังคงควบคุมความกระตือรือร้นเอาไว้ เนื่องจาก 'เราเคยผ่านจุดนี้มาก่อนแล้ว' และมีความเป็นไปได้ว่าความขัดแย้งนี้ยังมีหนทางอีกยาวไกลกว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ (หากทำได้จริง)"

 

วันจันทร์ถือเป็นวันทำการแรกของเดือนสิงหาคม โดยดัชนีหลักๆ ต่างพยายามสร้างเสถียรภาพหลังจากผ่านพ้นเดือนกรกฎาคมที่ผันผวน

 

  •  หุ้น Imax พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับกระแส "The Odyssey"

 

หุ้นของ Imax กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้องขอบคุณผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan)

 

หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีความบันเทิงแห่งนี้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ เนื่องจากยังคงกวาดรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศอย่างต่อเนื่องจากภาพยนตร์เรื่อง "The Odyssey" ของโนแลน โดย  ริช เกลฟอนด์ (Rich Gelfond) ซีอีโอของ Imax กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้เกือบเป็นสองเท่าของเรื่อง "Oppenheimer" ที่โนแลนเคยทำไว้ในปี 2023