วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม 2569

Login
Login

โบรกคาดแรงขาย‘บินไทย’จำกัด รับปลดล็อก1.98หมื่นล้านหุ้น ‘คลัง’ ไม่ทิ้ง

“หุ้น THAI” หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กลับมาเป็นที่จับตาของนักลงทุนอีกครั้ง ก่อนการปลดล็อกหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนราว 1.98 หมื่นล้านหุ้น ในวันนี้ (4 ส.ค. 2569) ซึ่งอาจสร้างแรง “กดดัน” ต่อราคาหุ้นในระยะสั้นจาก “ความกังวล” แรงขาย (Overhang) แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองแรงขายอาจไม่เกิดขึ้นเต็มจำนวน เนื่องจาก “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางส่วน” ไม่มีความจำเป็นต้องขายหุ้นทันที หลังพ้นช่วงดังกล่าว ทิศทางราคาหุ้นจะกลับมาสะท้อนปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และการกลับเข้าสู่ “ดัชนี SET50”

โบรกคาดแรงขาย‘บินไทย’จำกัด รับปลดล็อก1.98หมื่นล้านหุ้น ‘คลัง’ ไม่ทิ้ง

“ดิษฐนพ วัธนเวคิน” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรี ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า วันนี้ (4 ส.ค.2569) หุ้น THAI จากการแปลงหนี้เป็นทุนราวเกือบ 20,000 ล้านหุ้น จะเริ่มเข้าซื้อขายในตลาด โดยหุ้นดังกล่าวมีต้นทุนเฉลี่ยเพียง 2.5452 บาทต่อหุ้น เทียบกับราคาตลาดปัจจุบันราว 5.70 บาท ทำให้ผู้ถือหุ้นมี “ส่วนต่างกำไร” ค่อนข้างสูง และอาจมี “แรงขายทำกำไร” ออกมา

หากอ้างอิงการปลดล็อกหุ้นล็อตแรกเมื่อเดือน ก.พ.2569 จำนวน 6,600 ล้านหุ้น พบว่าวันแรกที่เริ่มซื้อขาย ราคาหุ้น THAI ปรับตัวลดลงประมาณ 14% จากราว 7 บาท เหลือใกล้ 6 บาท โดยมีปริมาณซื้อขายคิดเป็นประมาณ 10% ของหุ้นที่ถูกปลดล็อก

“รอบนี้จำนวนหุ้นที่เข้าสู่ตลาดมากกว่ารอบแรกเกือบ 3 เท่า จึงมีโอกาสที่แรงขายจากหุ้นต้นทุนต่ำจะกดดันราคาหุ้นได้มากกว่าครั้งก่อน”

นอกจากนี้ ภาพรวมปัจจัยแวดล้อมในรอบการปลดล็อกหุ้นครั้งนี้ยังมีความท้าทายมากกว่าช่วงต้นปี จากความไม่แน่นอนต่อปัจจัยภายนอก ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก อันเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจสายการบิน แม้การบินไทยจะมีการทยอยปรับขึ้นราคาบัตรโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงบางส่วนแล้วก็ตาม แต่ทว่ายังต้องติดตามผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป

สำหรับ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำนักลงทุนที่สนใจหุ้น THAI ชะลอการเข้าซื้อและรอให้ผ่าน 4 ส.ค.ไปก่อน เพื่อประเมินแรงขายจากหุ้นที่เพิ่งปลดล็อก หลังจากแรงกดดันหุ้นต้นทุนต่ำเริ่มคลี่คลาย ราคาหุ้นจะสะท้อนปัจจัยพื้นฐานและผลการดำเนินงานได้ชัดเจนมากขึ้น

“ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ” ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า หุ้น THAI จะเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากการปลดล็อกหุ้นใหม่ราว 19,000-20,000 ล้านหุ้นในวันนี้ซึ่งอาจทำให้ราคาหุ้นผันผวนจากแรงขายของผู้ถือหุ้นที่ได้รับหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน คาดแรงขายจริงจะไม่เกิดขึ้นเต็มจำนวน เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เช่น กระทรวงการคลัง มีแนวโน้มถือหุ้นต่อจึงช่วยจำกัดแรงกดดันต่อราคาได้บางส่วน

ทั้งนี้ หลังผ่านพ้น Overhang แล้ว ปัจจัยชี้นำราคาหุ้นจะกลับมาอยู่ที่ผลประกอบการ โดยคาดว่าไตรมาส 2-3 ปี 2569 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนทยอยฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปี 2569 จากแรงหนุนของฤดูกาลท่องเที่ยวที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารและรายได้ของสายการบิน

อย่างไรก็ดี ธุรกิจการบินยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก อาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักสายการบิน แม้หากสถานการณ์ไม่ลุกลามเพิ่มเติม ราคาน้ำมันมีโอกาสเริ่มทรงตัวและผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด จากมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการบริหารต้นทุนของบริษัท

“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้น THAI ยังเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งคาดจะเป็นจุดต่ำสุดของปี และความกังวลต่อการปลดล็อกหุ้นล็อตสุดท้าย 4 ส.ค.2569 อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง หลังได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและจำนวนผู้โดยสารที่ชะลอตัวตามฤดูกาล

ส่วนประเด็นการปลดล็อกหุ้น แม้จะเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้น แต่ประเมินว่าดาวน์ไซด์ของราคาหุ้นมีจำกัด เนื่องจากต้นทุนการถือครองที่แท้จริงของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่อยู่ที่ราว 5.00-5.50 บาทต่อหุ้น ใกล้เคียงกับราคาตลาดปัจจุบันที่ประมาณ 6 บาท จึงคาดแรงขายทำกำไรอาจไม่รุนแรงอย่างที่ตลาดกังวล

นอกจากนี้ แนวโน้มบริษัทช่วงครึ่งหลังยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน ประกอบกับการที่การบินไทยได้รับคัดเลือกกลับเข้าสู่การคำนวณดัชนี SET50 เป็นครั้งแรกหลังหลุดออกจากดัชนี ซึ่งโดยปกติหุ้นที่เข้าอยู่ใน SET50 จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและกองทุนที่อ้างอิงดัชนี ส่งผลให้มีโอกาสได้รับเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเติม