ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 31 ก.ค.2569 หุ้น TCAP หรือ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) บวก 8.07% เพิ่มขึ้น 5.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 77.00 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ปัจจัยที่ผลักดันราคาหุ้น TCAP ในขณะนี้มี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การซื้อหุ้นคืน การฟื้นตัวของผลประกอบการ THANI และมูลค่าหุ้นที่ยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
สำหรับการซื้อหุ้นคืนถือเป็นปัจจัยบวกที่มีน้ำหนักมากที่สุดในระยะสั้น เนื่องจากเป็นการบริหารโครงสร้างเงินทุนและช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อมูลค่าหุ้นมากขึ้น
ขณะที่ THANI ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ TCAP มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 2/2569 โดยได้รับแรงหนุนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง การตั้งสำรองหนี้สูญที่เริ่มผ่อนคลาย และค่าใช้จ่ายจากการบริหารรถยึดที่ลดลง สะท้อนว่าธุรกิจเช่าซื้อเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในทิศทางเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่นในกลุ่ม เช่น KKP และ TISCO ที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับผลกระทบจากการขาดทุนในการขายรถยึด
นอกจากนี้ ราคาหุ้น TCAP ยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี โดย Book Value อยู่ที่ประมาณ 78.7-78.8 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาหุ้นอยู่บริเวณ 76-77 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 0.96 เท่าของ Book Value ซึ่งหากความเชื่อมั่นต่อธุรกิจและผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง หุ้นมีโอกาสกลับไปซื้อขายที่ระดับ 1 เท่าของ Book Value หรือสูงกว่านั้นได้
ด้านปัจจัยภายนอก แม้การฟื้นตัวของตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลี จะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลงทุน แต่ทว่ายังถือเป็นปัจจัยรองเมื่อเทียบกับแรงหนุนจากการซื้อหุ้นคืนของบริษัท
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน มองว่าหลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงในวันเดียว นักลงทุนควรรอจังหวะอ่อนตัวระหว่างวันก่อนทยอยสะสม หากเชื่อมั่นว่าธุรกิจเช่าซื้อและผลการดำเนินงานของ THANI จะฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี TCAP ยังเป็นหุ้นที่สามารถเก็งกำไรได้ โดยมีระดับ 78.8 บาท ซึ่งเป็น Book Value เป็นแนวต้านสำคัญที่ควรติดตาม
ด้านบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน สำหรับโครงการ ซื้อหุ้นคืน ถือเป็นส่วนหนึ่งในแผงานด้านด้านการบริหารส่วนทุนของบริษัทฯ โดยมีจุดประสงค์ซื้อหุ้นคืนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น โนวงเงินไม่เกิน 7,500 ล้านบาท โดยมีจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนจำนวนไม่เกิน 104,861,673 หุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อย 10 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ
โดยซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Automatic Order Matching หรือ AOM) มีกำหนดระยะเวลกที่จะซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2570
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการซื้อหุ้นคืน ผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ตามการลดลงของมูลค่าทางบัญชีในส่วนของผู้ถือหุ้น


