ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงหนักสุดเป็นประวัติการณ์ 33% ดัชนี Kospi แตะ Circuit Breaker 2 วันติด จนทางการต้องสั่งคุมเข้ม ETF
ความสิ้นหวังแพร่กระจายไปทั่วกลุ่มนักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ หลังจากตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีหลักอย่าง Kospi ลดลงสะสมในเดือนนี้ถึง 33% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
วานนี้ (29 ก.ค.69) ดัชนีดิ่งลงสูงสุดถึง 13% ในช่วงเช้าของการซื้อขายจนตลาดต้องประกาศใช้กลไกหยุดการซื้อขายชั่วคราว เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ก่อนที่ราคาจะขยับขึ้นมาเล็กน้อย และปิดตลาดลดลง 6% ส่งผลให้ช่วง 2 วันที่ผ่านมาราคาปรับตัวลดลงรวมถึง 16%
วันนี้ ( 30 ก.ค.69) ดัชนีก็ลดลงเล็กน้อย -1.45% ลงมาเคลื่อนไหวที่ 5,581.04 จุด
วิกฤติ SK Hynix และความกังวลในกลุ่ม AI
หุ้น SK Hynix Inc. ดิ่งลงระหว่างวันสูงสุดราว 19 - 20% ถือว่าลดลงเกือบ 60% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน ก่อนจะปิดตลาดติดลบ 9.6%
แม้ว่าบริษัทจะรายงานกำไรการดำเนินงานในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นถึง 6 เท่า แต่กลับไม่ชัดเจนเรื่องผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น และสัญญาระยะยาวกับลูกค้า พร้อมทั้งประกาศเพิ่มงบลงทุน (Capex) เป็นอย่างน้อย 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 40 ล้านล้านวอน นั้นสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน
เรื่องนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงความกังวลเรื่องเทคโนโลยีจากคู่แข่งในจีน และความเสี่ยงที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Meta อาจสร้าง Data Center มากเกินความจำเป็น
นักลงทุนรายย่อยเทขายหนัก ขาดทุนมหาศาล
แรงกดดันส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยเทขายหุ้นในดัชนี Kospi สุทธิสูงถึง 2 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่ามูลค่าการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ
โซเชียลมีเดียในเกาหลีใต้เต็มไปด้วยภาพแคปหน้าจอพอร์ตการลงทุนที่ติดลบ เช่น ผู้ใช้ Threads รายหนึ่งเปิดเผยว่ากำไรที่เคยสูงถึง 600 ล้านวอน หรือ 414,000 ดอลลาร์ กลับกลายเป็นขาดทุนสะสม 700 ล้านวอน ภายในสัปดาห์เดียว
ด้านยูน จุนวอน ผู้จัดการกองทุนจาก DS Asset Management ระบุว่า การเทขายระดับนี้โดยเฉพาะจากนักลงทุนรายย่อย ถือเป็นการขายด้วยอารมณ์ และไม่สมเหตุสมผลทางเทคนิค
รัฐคุมเข้ม ETF แก้กฎหมายรองรับวิกฤติ
คู ยุนชอล รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ได้จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการสร้างความมั่นคงในตลาด 3 เรื่องสำคัญคือ คุมเข้ม ETF โดยจำกัดสัดส่วนการถือครองกองทุนดัชนีที่มีการใช้เลเวอเรจ (Leveraged ETFs) ของนักลงทุนรายย่อย และปรับเพิ่มต้นทุนในการซื้อขาย
ถัดมาคือ แก้กฎหมายรองรับวิกฤติ เตรียมจัดทำฐานทางกฎหมายเพื่อบังคับใช้มาตรการพยุงตลาดฉุกเฉินเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงจัดตั้งระบบติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด
อ้างอิง Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์




