ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 1,100 จุดเมื่อคืน ทำสถิติดิ่งหนักสุดนับตั้งแต่เมษายน 2025 เหตุตลาดกังวลเฟด "ตามไม่ทัน" การรับมือเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันพุ่ง ตะวันออกลางตึงเครียด
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรงในวันพุธ (29 ก.ค. 69) จากหลายปัจจัย แต่สาเหตุหลักคือสัญญาณจากตลาดพันธบัตรที่บ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเริ่มตามไม่ทันการต่อสู้กับเงินเฟ้อ หลังจากเฟดตัดสินใจ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปิดร่วงลง 1,153.18 จุด หรือ 2.19% ที่ระดับ 51,594.14 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025
ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.52% ปิดที่ 7,316.15 จุด
ดัชนีแนสแด็กคอมโพสิต Nasdaq Composite ร่วง 1.74% จบวันที่ 24,442.94 จุด ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลแล้วมากกว่า 10%
- ตลาดพันธบัตรส่งสัญญาณเตือนประธานเฟดคนใหม่
เฟดยังคง “นิ่ง” ไม่ขยับดอกเบี้ยในการตัดสินใจรอบล่าสุด ขณะที่ตลาดพันธบัตรตอบสนองทันที อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้น 7 จุด (basis points) แตะเหนือ 4.67% ส่วนพันธบัตรอายุ 30 ปีดีดขึ้น 10 จุดขึ้นไปเกิน 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2007
แม้จะมีกรรมการเฟด 3 คนที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ย แต่เฟดโดยรวมก็ยังเลือกที่จะ “คง” ดอกเบี้ยเอาไว้ ขณะที่น้ำเสียงแข็งกร้าวของประธานเฟด เควิน วอร์ช ก็ไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดพันธบัตรได้
“ผมอยากจะย้ำให้ชัดเจนว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และหากจำเป็นและเหมาะสม เราจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการ” วอร์ชกล่าวระหว่างการแถลงข่าว
เจฟฟรีย์ กุนด์ลัค (Jeffrey Gundlach) จาก DoubleLine บริษัทจัดการลงทุน กล่าวในรายการ “Closing Bell” ทางซีเอ็นบีซี ว่า “ถ้าคุณต้องการจะให้เงินเฟ้อลดลงไปที่ 2% จริง ๆ ผมคิดว่าคุณจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย” พร้อมชี้ว่า การดีดตัวของบอนด์ยีลด์หลังการตัดสินใจของเฟดกำลังส่งสัญญาณถึงวอร์ช
“อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับขึ้นแรงหลังการแถลงข่าว เพราะเหล่า ‘ผู้เฝ้าระวัง’ ในตลาดพันธบัตรกำลังบอกว่า ‘ถ้าคุณอยากให้เราเชื่อในสิ่งที่คุณพูด คุณต้องเริ่มลงมือทำได้แล้ว’” กุนด์ลัค กล่าว
- ปัจจัยกดดันเพิ่มเติม: ราคาน้ำมันพุ่ง และหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ร่วงหนัก
แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังถูกซ้ำเติมด้วยการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของฟอกซ์นิวส์ (Fox News) ว่าสหรัฐ จะ “โจมตีอิหร่านอย่างหนัก” เพื่อตอบโต้การโจมตีแบบไม่คาดคิดต่อกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลาง สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นมากกว่า 6% ปิดที่ 84.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยืดสถิติขาลงต่อไป โดยกองทุนอีทีเอฟ iShares Semiconductor (SOXX) ร่วง 5.5% เป็นการปิดลบต่อเนื่องวันที่ห้า หุ้นชิปถูกขายออกอย่างหนักในเดือนนี้ ท่ามกลางความกังวลเรื่องผลตอบแทนจากเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงความกลัวต่อการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากจีน
หุ้นไมครอน เทคโนโลยี และ KLA ต่างดิ่งลงราว 10% ขณะที่หุ้น AMD ร่วง 5.5%


