วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

หุ้น STPI ดิ่ง 9.70% โบรกชี้รับข่าวเพิ่มทุน หลังราคาขายต่ำกว่ากระดาน

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 24 ก.ค.2569 หุ้น STPI หรือ  บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) ปรับตัวร่วงแรง 9.70% ลดลง 0.65 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.05 บาท

หุ้น STPI ดิ่ง 9.70% โบรกชี้รับข่าวเพิ่มทุน หลังราคาขายต่ำกว่ากระดาน

กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้น STPI ปรับตัวลงมาจากการที่ราคาหุ้น STPI ปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 5.95-6.10 บาท ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากราคาหุ้นกำลังปรับฐานเข้าหากรอบราคาเพิ่มทุนที่กำหนดไว้ที่ 5.55 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดก่อนการประกาศ

สำหรับแผนการเพิ่มทุน บริษัทจะดำเนินการ 2 ส่วน ได้แก่ การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering: RO) ในอัตรา 11 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคา 5.55 บาทต่อหุ้น และการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement: PP) จำนวน 61.1 ล้านหุ้น ให้แก่ มาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการผู้จัดการ STPI ในราคาเดียวกันที่ 5.55 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XR ในวันที่ 21 ก.ย.นี้

โดยประเด็นที่ตลาดให้น้ำหนักในเชิงบวกจากการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่หรือเจ้าของกิจการเข้ารับซื้อหุ้นเพิ่มทุน PP ทั้งหมดด้วยตนเองในราคา 5.55 บาท ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อบริษัท และทำให้ระดับดังกล่าวถูกมองเป็น "ราคาเจ้าของ"

ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาบริเวณ 5.95 บาท ก่อนที่ราคาหุ้นจะดีดกลับมายืนเหนือระดับ 6 บาทได้ โดยตลาดมองว่าช่วงราคา 5.55 บาทถึงประมาณ 5 บาทปลาย เป็นบริเวณที่ผู้ถือหุ้นใหญ่มีต้นทุนสะสมอยู่ค่อนข้างมาก จึงมีโอกาสเป็นแนวรับสำคัญของหุ้นในระยะสั้น

ในด้านกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สามารถทยอยสะสมหุ้นในช่วงราคา 5.55-5.95 บาท โดยเฉพาะหากราคาปรับลงมาต่ำกว่า 6 บาทเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มความได้เปรียบด้านต้นทุน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาระดับความเสี่ยงของตนเอง เนื่องจาก STPI เคยซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า 4 บาทในอดีต ขณะที่ราคาปัจจุบันบริเวณ 5-6 บาท ถือว่าอยู่ในระดับกลางค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประวัติราคา

สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยเข้าซื้อไม้แรกบริเวณ 5 บาทปลายถึง 6 บาทต้นได้ ขณะที่ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้จำกัด ควรเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หรือพิจารณาหุ้นตัวอื่นที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าแทน

บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI ได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวานนี้อนุมัติการปรับโครงสร้างทุนของบริษัทฯ ทั้งการลดทุนจดทะเบียนเดิมและการเพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่ เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจมุ่งสู่กลุ่ม Data Center และพลังงานหมุนเวียน พร้อมกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 15 กันยายน 2569

บริษัทจะลดทุนจดทะเบียน 21,061,361.50 บาท จากเดิม 474,129,458.25 บาท เป็น 453,068,096.75 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จำหน่ายจำนวน 84,245,446 หุ้น ซึ่งเป็นหุ้นที่เคยจัดสรรรองรับการเพิ่มทุนเมื่อปี 67 จากนั้นจะเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 56,474,280.00 บาท เป็น 509,542,376.75 บาท ด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 225,897,120 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท

บริษัทจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ไม่เกิน 225,897,120 หุ้น ออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1.) เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน (Right Offering: RO) จำนวนไม่เกิน 164,752,035 หุ้น อัตราส่วน 11 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขาย 5.55 บาทต่อหุ้น (มูลค่ารวมไม่เกิน 914.37 ล้านบาท)

และ 2.) เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement: PP) จัดสรรให้แก่ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการและกรรมการผู้จัดการ จำนวนไม่เกิน 61,145,085 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 3 ของทุนชำระแล้วหลังเพิ่มทุน) ราคาเสนอขาย 5.55 บาทต่อหุ้น (มูลค่ารวมไม่เกิน 339.36 ล้านบาท)

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การใช้เงินและประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับ บริษัทฯ คาดว่าจะได้รับเงินจากการระดมทุนรวมสูงสุดประมาณ 1,253.73 ล้านบาท ซึ่งมีแผนการใช้เงินระหว่างปี 2569–2571 เพื่อขยายการลงทุนใน โครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) และ โครงการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) รองรับการขยายธุรกิจทางด้านพลังงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการเข้าร่วมประมูลหรือยื่นข้อเสนอโครงการใหม่ๆ สร้างรายได้ประจำที่มั่นคง (Recurring Income) เสริมสร้างเสถียรภาพต่อผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินในระยะยาว