วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘SCC’ โชว์กำไรไตรมาส 2 ที่ 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากไตรมาสก่อน ได้รายได้ธุรกิจในเครือหนุน

'SCC' เผยกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหนุนหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นของธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) และผลการดำเนินงานของธุรกิจแพคเกจจิ้ง (SCGP) ในอินโดนีเซีย ทั้งนี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรก 2569 ในอัตรา 3.5 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 ส.ค

บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยระบุว่า กำไรสำหรับงวดของ SCC ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อยู่ที่ 11,535 ล้านบาท ลดลง 33% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 85% เทียบกับไตรมาสก่อน และมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 136,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรในไตรมาสนี้ มาจากการปรับตัวขึ้นของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานในกลุ่ม SCGC ตลอดจนผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นในประเทศอินโดนีเซียของ SCGP

นอกจากนี้ กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Profit) อยู่ที่ 10,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,017 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 496% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่การปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของ SCGC ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,080 ล้านบาท

‘SCC’ โชว์กำไรไตรมาส 2 ที่ 11,535 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 85% จากไตรมาสก่อน ได้รายได้ธุรกิจในเครือหนุน

สำหรับกระแสเงินสดและสถานะทางการเงิน เอสซีจียังคงมีความมั่นคงสูง โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Cash EBITDA) ในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 27,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 87% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน 

บริษัทมีเงินปันผลรับในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อยู่ที่ 5,994 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2569 บริษัทมีเงินสดคงเหลือ 76,775 ล้านบาท และมีหนี้สินสุทธิอยู่ที่ 238,270 ล้านบาท

เมื่อพิจารณารายธุรกิจ กลุ่มเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG-CBM) ในไตรมาสนี้ มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด พร้อมทั้งลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องและขยายตลาดส่งออกปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ

ขณะที่ SCGC ได้เน้นการเดินโรงงาน MOC อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนโรงงาน ROC และ LSP มีการหยุดเดินเครื่องชั่วคราวจากผลกระทบข้อขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ บริษัทได้มีการขายหุ้นในบริษัท CAP และมุ่งเน้นการเพิ่มอัตรากำไรผ่านการจำหน่ายสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) ในตลาดที่เหมาะสม

SCGP มี EBITDA ปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียและการเติบโตที่แข็งแกร่งในประเทศเวียดนาม ส่วน SCGD มีผลขาดทุนจากค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นครั้งเดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฐานการผลิตในภูมิภาค

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ในอัตรา 3.5 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,200 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 24% ของกำไรสำหรับงวดครึ่งปีแรก โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 5 ส.ค. ปี 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 6 ส.ค. ปี 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 21 ส.ค. ปี 2569

‘SCC’ โชว์กำไรไตรมาส 2 ที่ 11,535 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 85% จากไตรมาสก่อน ได้รายได้ธุรกิจในเครือหนุน