“นักวิเคราะห์” คาดการณ์กำไรสุทธิ PTTGC ไตรมาส 2 ปี 2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่งในช่วง 8,292 – 10,100 ล้านบาท หรือเติบโต 157% – 212% จากไตรมาสก่อน รับอานิสงส์ส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้นในธุรกิจปิโตรเคมี ท่ามกลางอุปทานที่ตึงตัวจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่ทรงตัวในระดับสูง แม้ถูกกดดันจากมาตรการชะลอการส่งออกของภาครัฐ
“ชัยพัชร ธนวัฒโน” นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ INVX เปิดเผยว่า คาดการณ์ ”กำไรสุทธิ“ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมีคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวแข็งแกร่งที่ 10,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 212% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิเมอร์ ทั้งนี้ นับรวมผลขาดทุนพิเศษจากการตั้งสำรองธุรกิจโพลีออลส์หยุดผลิตชั่วคราว ผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน และผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง
กลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิเมอร์ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ PTTGC ในไตรมาส 2 ปี 2569 แม้ต้องเผชิญปัญหาการหยุดชะงักของวัตถุดิบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยสามารถเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตโอเลฟินส์ขึ้นมาที่ 94% จาก 79% ในไตรมาสก่อน หลังกลับมาเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์ 4 และได้รับการสนับสนุนก๊าซอีเทนและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่เพียงพอจาก PTT
ขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นชะลอตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน จากมาตรการห้ามส่งออกชั่วคราวของกระทรวงพลังงาน โดยอัตราการใช้กำลังการกลั่นลดลงเหลือ 96% จาก 103% ในไตรมาสก่อน ส่วนด้านค่าการกลั่นตลาด หรือ Market GRM ลดลงเช่นกันจาก 16.7 มาอยู่ที่ 16.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่ากำไรสุทธิจะอ่อนตัวลงเทียบกับไตรมาสก่อน จากราคาน้ำมันดิบในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงปรับตัวลดลง ทำให้ PTTGC อาจต้องขาดทุนสต็อกน้ำมันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินที่แข็งแกร่งซึ่งคาดว่ายังคงอยู่ในระดับสูงที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คงคำแนะนำ “ซื้อ”
'ค่าการกลั่น' สูงกว่าปีก่อนถึง 2 เท่า
“ศรชัย พิทยาพฤกษ์” นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS กล่าวว่า คาดการณ์ “กำไรสุทธิ” ของ PTTGC ไตรมาส 2 ที่ 9,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากราคาขายและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวเพิ่มขึ้น และค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง
โดยค่าการกลั่นพื้นฐานในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีอยู่ที่ราว 16.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 206% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ปรับเพิ่มขึ้น 21-45% จากราคาขายผลิตภัณฑ์ปรับตัวขึ้นมาเหนือจุดคุ้มทุน หลังได้ค่าพรีเมียมผลิตภัณฑ์หนุน กระตุ้นให้บริษัทปรับเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตขึ้นมาอยู่ที่ 95% จากเดิมที่ระดับ 80%
สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าบริษัทจะพลิกกลับมามีกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากภาวะอุปทานส่วนเกินของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกเริ่มลดลงจากการปรับโครงสร้างการผลิต มองกำไรช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็นประมาณ 141% ของประมาณการทั้งปี คงคำแนะนำ "ซื้อ"
เปิด 'อัปไซด์' หลังสงครามทำอุปทานตึงตัว-ไม่ฟื้นง่าย
“สุพพตา ศรีสุข” นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดการณ์ “กำไรสุทธิ” PTTGC ไตรมาส 2 ที่ 8,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากธุรกิจปิโตรเคมี โอเลฟินส์ และอะโรเมติกส์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากอุปทานที่ตึงตัวเนื่องมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
โดยกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องค่าการกลั่นที่สูงขึ้น แม้อัตราการใช้กำลังการผลิตจะลดลง หลังการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปถูกระงับโดยกระทรวงพลังงาน ส่วนธุรกิจอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์คาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อน จากปริมาณขายและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3 การกลับมาปะทุของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้อุปทานวัตถุดิบรวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและปิโตรเคมีกลับมาตึงตัวอีกครั้ง เป็นอัปไซด์ต่อราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและปิโตรเคมี รวมถึงค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้น
ถึงแม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดอีกครั้งอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่งถึง 2 เดือน ในการจัดหาวัตถุดิบและกลับมาเดินเครื่องผลิต อีกทั้งการซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับความเสียหายอาจต้องใช้เวลานานถึง 2-3 ปี





