วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” 20 ก.ค. 2569 ปิดบวก 6.97 จุด ขายทำกำไรกลุ่มแบงก์ หลังราคาทำจุดสูงสุดในรอบ 13 ปี

"หุ้นไทย" 20 ก.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,652.97 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.97 จุด หรือ 0.42% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากจากการหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มายังกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนกลุ่มธนาคารมีผลประกอบการดีกว่าคาด แต่เผชิญแรงขายทำกำไรหลังราคาหุ้นปรับขึ้นมากว่า 32% ตั้งแต่ต้นปี และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 13 ปีไปก่อนหน้านี้

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (20 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,652.97 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.97 จุด หรือ 0.42% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,657.55 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,642.28 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 97,960.99 ล้านบาท

ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. SCB ราคาปิด 155.00 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 2.21% มูลค่าซื้อขาย 7,399.63 ล้านบาท
     
  2. PTT ราคาปิด 39.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.27% มูลค่าซื้อขาย 6,669.02 ล้านบาท
     
  3. KBANK ราคาปิด 235.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 1.26% มูลค่าซื้อขาย 6,631.12 ล้านบาท
     
  4. GULF ราคาปิด 67.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.74% มูลค่าซื้อขาย 5,602.63 ล้านบาท
     
  5. KTB ราคาปิด 42.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.59% มูลค่าซื้อขาย 5,553.63 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในทางบวก ได้แรงส่งจากการหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มาสู่หุ้นคุณค่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างกลุ่มพลังงาน ที่ได้ปัจจัยหนุนอย่างความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านส่อแววยืดเยื้อ หนุนราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนผ่านผลประกอบการไตรมาส 2 ที่คาดว่าจะออกมาดีกว่าคาด

“สำหรับตลาดหุ้นไทย 1 ใน 3 ของมูลค่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมาจากกลุ่มพลังงาน”

นอกจากนี้ ผลประกอบการ "กลุ่มธนาคารพาณิชย์" ที่ออกมาดีกว่าคาดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ยังทำให้เกิดแรงขายทำกำไรบนมูลค่าหุ้นที่ตึงตัวหลังปรับขึ้นมากว่า 32% จากต้นปี 2569 แตะระดับสูงสุดในรอบ 12-13 ปี ทั้งนี้ มองกลุ่มนี้ระยะต่อไปจะมีความผันผวนอย่างมาก เนื่องจากอัปไซด์เริ่มจำกัด

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,646 จุด แนวต้าน 1,660-1,670 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานงบของกลุ่ม SCC และตัวเลขการส่งออกไทยวันศุกร์นี้ว่าจะเติบโตชะลอลงในระดับเลขหลักเดียวหรือไม่ 

กลยุทธ์การลงทุน สำหรับเก็งกำไรระยะสั้นแนะนำ SJWD, ITC, และ SSP ส่วนในระยะกลางเน้นธีมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มการแพทย์ ท่องเที่ยว และการบริโภคภายในประเทศ ให้ SPA, ERW, และ BDMS เป็นหุ้นเด่น