วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

'SCGP' เปิดกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 128% ที่ 2.3 พันล้าน หลังปรับราคา-เพิ่มปริมาณการขาย

'SCGP' รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายที่ฟื้นตัวโดยเฉพาะในตลาดอินโดนีเซียและเวียดนาม พร้อมปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุน ทั้งนี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.40 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 4 ส.ค.

บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงาน “กำไรสุทธิ” ไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 32,454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 มาจากการฟื้นตัวของปริมาณการขายสินค้าบรรจุภัณฑ์จากการบริโภคภายในภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซียและประเทศเวียดนามหลังเทศกาลหยุดยาว ประกอบกับเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร และการปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่แท้จริง

'SCGP' เปิดกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 128% ที่ 2.3 พันล้าน หลังปรับราคา-เพิ่มปริมาณการขาย

นอกจากนี้ อุปสงค์การส่งออกสินค้าในกลุ่มอาหารแช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องแต่งกาย และรองเท้า ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีปัจจัยกระตุ้นจากการส่งเสริมการขายในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ขณะเดียวกัน ตลาดเยื่อและกระดาษได้รับแรงหนุนจากราคาเยื่อเคมีละลายได้ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการเส้นใยวิสโคส (Viscose)

แม้บริษัทจะต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ SCGP ยังคงสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการดำเนินงานแบบบูรณาการและการบริหารจัดการต้นทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,717 ล้านบาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 4 ส.ค. ปี 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 5 ส.ค. ปี 2569 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 19 ส.ค. ปี 2569

'SCGP' เปิดกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 128% ที่ 2.3 พันล้าน หลังปรับราคา-เพิ่มปริมาณการขาย

ด้านนายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในไตรมาส 3 ปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเร่งผลิตสินค้าเพื่อสำรองสต็อกในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 รองรับการส่งออกและการบริโภคในเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ขณะที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนลดลง อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการเชิงรุก

นอกจากนี้ SCGP ยังเดินหน้าขยายการลงทุนบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียน โดยอนุมัติงบลงทุน 748 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูก 26,800 ตันต่อปี ในพื้นที่โรงงานเดิมของบริษัท Vina Kraft Paper Co., Ltd. (VKPC) ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในเดือน ก.ย. ปี 2570

พร้อมกันนี้ จะเร่งนำเทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องจักร หรือ "แมชชีนเลิร์นนิง" ระบบการเรียนรู้เชิงลึก หรือ "ดีปเลิร์นนิง" และหุ่นยนต์ปฏิบัติงานร่วมกับมนุษย์ หรือ "โคบอท" มาใช้ในกระบวนการผลิตของอินโดนีเซียเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติแต่งตั้ง นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ แทน นายวิชาญ จิตร์ภักดี ที่จะเกษียณอายุ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปี 2570 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

'SCGP' เปิดกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 128% ที่ 2.3 พันล้าน หลังปรับราคา-เพิ่มปริมาณการขาย