วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

โบรกชี้โลกเผชิญวิกฤต '3 สงคราม' ดันน้ำมันพุ่ง ด้านฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไทย 4.4 หมื่นล้าน

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจาก 3 ปัจจัยเสี่ยงหลัก (3 สงคราม) ส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มชะลอตัวลง ประกอบด้วย

1.) ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (Middle East War): สถานการณ์รุนแรงขึ้นหลังกลุ่มฮูตี (ที่อิหร่านสนับสนุน) ประกาศปิดล้อมทางทะเลและสนามบินต่อซาอุดีอาระเบีย พร้อมสั่งปิดช่องแคบบับอัล-มันเดบ (ทางออกสู่ทะเลแดง) ส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่องการส่งออกน้ำมันหยุดชะงัก ดันให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งแตะ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและอาจจำกัดโอกาสการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

2.) สงครามการค้า (Trade War): สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้า 50% กับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา เช่น ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ฮอกกี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าสงครามการค้าอาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง

3.) สงครามเทคโนโลยี (Tech War): บริษัท "MOONSHOT AI" สตาร์ทอัพจากจีน สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเปิดตัวโมเดล AI ใหม่ "KIMI K3" ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ แต่ต้นทุนการใช้งานต่ำกว่า ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ให้บริการ AI ในสหรัฐฯ
 

ขณะที่ฟันด์โฟลว์กระจาย 3 ทิศ - ตลาดหุ้นไทยผงาดรับเงินทุนหลบภัย 4.4 หมื่นล้าน สภาวะความผันผวนดังกล่าว ทำให้กระแสเงินทุน (Fund Flow) เกิดการกระจายตัว (Rotation) ไปยัง 3 ปลายทางหลัก ได้แก่

• Global Rotation: เม็ดเงินถูกโยกออกจากกลุ่มเติบโตสูงและ AI โครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่กลุ่ม AI Monetization (ผู้ที่นำ AI ไปสร้างรายได้จริง), กลุ่มน้ำมัน (Oil) และ กลุ่มหุ้นคุณค่า/ปันผลสูง (Value/Dividend)

• China Rotation: เม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาดหุ้นจีน โดยในเดือน ก.ค. มีเงินไหลเข้า ETF หุ้นจีนกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกกลับจากการขายสุทธิอย่างต่อเนื่องในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา

• Thailand Rotation: ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเงินทุนหลบภัย (Safe Haven) จากความผันผวนของสงครามและการเมืองในประเทศที่มีเสถียรภาพ โดยตั้งแต่ต้นเดือน (MTD) มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มสื่อสาร, พลังงาน และธนาคาร เช่น TRUE, PTTEP, KBANK, TOP, BBL และ GULF
 

สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศ ฝ่ายวิจัยเตือนให้จับตาตัวเลข นำเข้า-ส่งออก ของไทยเดือน มิ.ย. 69 โดยคาดว่าการส่งออกจะโต 15.2% YoY แต่การนำเข้ามีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 35.8% YoY ส่งผลให้ไทยยังคงเผชิญ ภาวะขาดดุลการค้าระดับสูงราว 4,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะกดดันดุลบัญชีเดินสะพัด เสี่ยงทำให้เงินบาทอ่อนค่าและเกิดปัญหาเงินเฟ้อนำเข้า

นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับภูมิภาค การส่งออกของไทย (10.59%) ยังถือว่าเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างเห็นได้ชัด เช่น เกาหลีใต้ (+70.7%), ไต้หวัน (+40.3%), เวียดนาม (+28.1%) และจีน (+27%)

กลยุทธ์การลงทุน ชู SCGP-PTTEP-TIDLOR แนะนำเป็นหุ้นเด่น (Top Picks) ประจำวัน