‘BCPG’ จำหน่ายไฟฟ้าลดลง 348.3 กิกะวัตต์-ชั่วโมง หรือลดลง 17% จากไตรมาสก่อน หลังการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ "Hamilton" ในสหรัฐเพื่อปรับปรุงกังหัน ทั้งนี้ ยอดขายที่ลดลงได้รับการชดเชยบางส่วนจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-พลังงานลมใน สปป.ลาว ที่ผลิตได้มากขึ้น
นางสาวพนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานภาพรวมผลการดำเนินงานและปริมาณการจำหน่ายพลังงาน-คลังน้ำมัน ของ BCPG ไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุว่า
ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุจากการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ “Hamilton” ทั้ง 2 แห่งเพื่อปรับปรุงกังหัน (Roter upgrade)
อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย โรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568 สามารถช่วยชดเชยปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าที่หายไปได้บางส่วน
สำหรับผลการดำเนินงานในประเทศเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ปริมาณการจำหน่ายของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจากปริมาณแสงอาทิตย์และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท สแกน แอดวานซ์ เพาเวอร์ จำกัด รวมถึงโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคา หรือ “โซลาร์รูฟท็อป” อื่นๆ ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้มีกำลังการผลิตรวม 18.3 เมกะวัตต์
ด้านโครงการใน สปป. ลาว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ปริมาณการจำหน่ายของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2568 มีการหยุดดำเนินการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงอุปกรณ์ระยะสั้นและมีปริมาณน้ำสูงกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากการเข้าสู่ช่วงฤดูฝนเมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา
ส่วนธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ ปริมาณเฉลี่ยการใช้ถังเก็บน้ำมันในไทยอยู่ที่ 677.9 ล้านลิตร ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนที่ 716.5 ล้านลิตร เนื่องจากมีการหยุดใช้งานถังจำนวน 1 ถังเพื่อซ่อมบำรุง
อย่างไรก็ดี ได้เริ่มเปิดใช้งานแล้วใน ก.ค. ปี 2569 ส่วนปริมาณการใช้บริการท่อส่งน้ำมันอยู่ที่ 343.8 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่อยู่ที่ 336.5 ล้านลิตร และไตรมาสก่อน ที่อยู่ที่ 304.6 ล้านลิตร จากการเพิ่มบริการเก็บผลิตภัณฑ์น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (UCO) และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)


