วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (20 ก.ค. 2569) ปิดลบ 2.08 จุด หุ้นเทคฯปรับฐาน หวั่นลงทุนเอไอชะลอ

"หุ้นไทย" 20 ก.ค. 2569 ปิดตลาดเช้าที่ 1,636.96 จุด ปรับตัวลดลง 2.08 จุด หรือ 0.13% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากหุ้นเทคฯ ทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับฐาน หลังเผชิญแรงขายจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับรายจ่ายลงทุนในอุตสาหกรรมเอไอชะลอตัว

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (20 ก.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,636.96 จุด ปรับตัวลดลง 2.08 จุด หรือ 0.13% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,642.38 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,630.65 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 48,427.95 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. GULF ราคาปิด 67.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 3,859.76 ล้านบาท
     
  2. PTT ราคาปิด 39.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.65% มูลค่าซื้อขาย 3,697.04 ล้านบาท
     
  3. PTTEP ราคาปิด 147.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.03% มูลค่าซื้อขาย 2,802.32 ล้านบาท
     
  4. DELTA ราคาปิด 295.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 1.67% มูลค่าซื้อขาย 2,263.32 ล้านบาท
     
  5. BBL ราคาปิด 199.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.24% มูลค่าซื้อขาย 1,894.62 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวไซด์เวย์รับสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกที่ 9 ขณะที่อิหร่านตอบโต้ฐานทัพสหรัฐในคูเวต บาห์เรน และจอร์แดน รวมถึงประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซและระงับการส่งออกน้ำมัน

ดันราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่ง 4.48% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันศุกร์ ก่อนเพิ่มขึ้นต่อกว่า 2% มาอยู่ที่ 84.48 ดอลลาร์ในเช้าวันจันทร์

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มได้ประโยชน์ ขณะที่ธุรกิจที่ต้นทุนน้ำมันสูงอาจเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ส่วนหุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงขายจากความกังวลว่าการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ "เอไอ" เริ่มชะลอตัว ประกอบกับความกังวลว่าคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด อาจคงดอกเบี้ยในระดับสูงหรือต้องขึ้นดอกเบี้ยหากมีความจำเป็น

ปัจจัยในประเทศยังเป็นบวกหลังรัฐบาลเยือนจีนและได้รับการยืนยันแผนลงทุนจาก 4 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท ครอบคลุมธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์, อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสง, เซมิคอนดักเตอร์, ไมโครชิป และยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมขยายกิจกรรมด้านวิจัยและพัฒนา รวมถึงการจ้างงานในไทย

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดสำนักงานเฉิงตูเพื่อเร่งดึงเม็ดเงินลงทุน อีกทั้งรัฐบาลยังเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐ เพื่อลดความเสี่ยงด้านภาษีและรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก

ขณะที่ในวันนี้ (20 ก.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,620 จุด แนวต้าน 1,650 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ ตัวเลขส่งออกไทยเดือนมิ.ย. คาดเติบโตเด่นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนปัจจัยต่างประเทศติดตามตัวเลขเศรษฐกิจจีน

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ BDMS จากแผนกระตุ้นผู้ป่วยไทยผ่านแพกเกจสุขภาพ และการเติบโตที่ดีจากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ รวมถึงมีการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาวเพื่อเสริมเสถียรภาพทางการเงิน และมีบรรยากาศเชิงบวกจากโครงการ "WellEra"