บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด (มหาชน) หรือ FINNO เดินหน้าแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังยื่นแบบคำขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เพื่อระดมทุนรองรับการขยายธุรกิจและต่อยอดการเติบโตของแพลตฟอร์มด้านการลงทุน (WealthTech) ของไทย
นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างกระบวนการยื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) โดยได้ส่งแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนผ่านระบบของ ก.ล.ต. เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการกำหนดราคาและเสนอขายหุ้นต่อไป
ทั้งนี้ จากข้อมูลในแบบไฟลิ่ง ระบุว่า FINNO ประกอบธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยถือหุ้นในบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านแพลตฟอร์ม WealthTech และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้งธุรกิจนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน การให้คำปรึกษาการลงทุน ธุรกิจสื่อด้านการเงิน การฝึกอบรมด้านการลงทุนและ AI รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงิน
สำหรับการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ บริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 300,000,838 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ขณะที่มูลค่าตามบัญชี ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2569 อยู่ที่ 4.50 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้ขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน
โดยการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จะดำเนินการผ่านผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์และนักลงทุนสถาบันภายใต้กระบวนการสำรวจความต้องการซื้อ (Book Building) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ทั้งนี้ในส่วนของผลประกอบการของ FINNO สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 441.15 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 41.43 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 รายได้รวม 592.80 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 104.97 ล้านบาท และงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 236.99 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 66.66 ล้านบาท
สำหรับฟินโนมีน่า ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุน นำโดย เจษฎา สุขทิศ และ ชยนนท์ รักกาญจนันท์ เพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ข้อมูลและที่ปรึกษาการลงทุนแบบครบวงจร ทั้งนี้โครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนการเสนอขาย IPO ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประกอบด้วย บริษัท โอเอสวี มัลติพลาย โฮลดิ้งส์ จำกัด ถือหุ้น 14.77% นายเจษฎา สุขทิศ ถือหุ้น 13.29% นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ถือหุ้น 9.25% บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด ถือหุ้น 8.27% และ Meranti ASEAN Growth Fund ถือหุ้น 7.34% โดยภายหลังการเสนอขายหุ้น ประชาชนทั่วไปจะถือหุ้นรวมประมาณ 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว
ทั้งนี้ ธุรกิจหลักของ FINNO มาจาก บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา (FINSEC) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของกลุ่ม คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของรายได้ทั้งหมด โดยดำเนินธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena Funds ที่เปิดให้นักลงทุนเข้าถึงกองทุนรวมมากกว่า 2,000 กองทุน จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 21 แห่ง ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการ ที่ 68,557 ล้านบาท และมีผู้เปิดบัญชีลงทุนสะสมเกือบ 200,000 ราย ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทยังต่อยอดธุรกิจไปยังบริการด้านที่ปรึกษาการลงทุนผ่าน DEFINIT ธุรกิจฝึกอบรมด้านการลงทุนและเทคโนโลยี AI ภายใต้ BEFIN ธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ด้านการเงินผ่าน FINCAST รวมถึง FINT ซึ่งมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการด้านการลงทุนของกลุ่ม
ด้านฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 915.1 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 153.6 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้น 761.5 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับเพียง 0.2 เท่า สะท้อนโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเอื้อต่อการรองรับแผนการขยายธุรกิจในอนาคต


