วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ส่อง 3 มาตรการภาครัฐ หนุน 'กลุ่มท่องเที่ยว' โบรกชู 'โรงแรม-สนามบิน' เด่น

ภาครัฐเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว 3 โครงการ ได้แก่ ไทยเที่ยวไทยพลัส, Fly Thai All the Feeling, และ "Thailand Air Connect" เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ นักวิเคราะห์มอง "กลุ่มโรงแรม" ได้ประโยชน์มากที่สุดจากท่องเที่ยวในประเทศเติบโต ส่วน AOT และกลุ่มสายการบินรับอานิสงส์จำนวนนักท่องเที่ยวและเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น

"ระวินุช ปิยะเกรียงไกร" นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ INVX เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กรอ.) ได้ข้อสรุปมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว 3 โครงการสำคัญ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ปี 2569 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวผ่านการกระตุ้นทั้งอุปสงค์ในประเทศและตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในสิ้นปี 2569 นี้ 

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปัจจุบันยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว และความไม่แน่นอนจากสงครามยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด

สำหรับรายละเอียดของ 3 มาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย โครงการแรก คือ “โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส” มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยงบประมาณ 1,750 ล้านบาท ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายแบบรัฐร่วมจ่าย 50% และประชาชนผู้รับสิทธิจ่ายเอง 50% โดยจะอุดหนุนค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ รวมทั้งหมด 500,000 สิทธิ และ 1 คนรับสิทธิได้สูงสุด 5 สิทธิ

นอกจากนี้ ผู้ได้รับสิทธิยังจะได้รับคูปองดิจิทัลมูลค่า 500 บาทต่อสิทธิ เพื่อนำไปใช้จ่ายกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม การชอปปิง แพ็กเกจทัวร์แบบวันเดียว ร้านอาหาร และบริการรถเช่า ซึ่งสามารถใช้สิทธิได้ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในวันธรรมดาและวันหยุดผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

โครงการที่สอง คือ โครงการ “Fly Thai All the Feeling” งบประมาณ 200 ล้านบาท "อุดหนุนค่าตั๋วเครื่องบิน" ในประเทศ 400 บาทสำหรับเมืองหลัก และ 600 บาทสำหรับเมืองรอง ครอบคลุมงบประมาณ 400,000 ที่นั่ง หรือคิดเป็นนักท่องเที่ยวประมาณ 200,000 คน

และโครงการสุดท้าย คือ โครงการ “Thailand Air Connect” มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ จัดสรรงบประมาณ 500 ล้านบาท มีเป้าหมายเพื่อ "สนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำและเที่ยวบินพาณิชย์" เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น 487,000 คน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคืออัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารต้องไม่ต่ำกว่า 80%

ทั้งนี้ จากการประเมินผลกระทบต่อภาคธุรกิจ มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือวันเริ่มต้นดำเนินโครงการจริงและระยะเวลาของแต่ละโครงการที่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดคาดว่าจะเป็น “กลุ่มโรงแรม” โดยเฉพาะจากโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสที่เป็นแกนหลักของแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ โดยบริษัท เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW จะได้รับประโยชน์มากที่สุดเนื่องจากมีสัดส่วนรายได้ 20-25% มาจากผู้เข้าพักชาวไทย

รองลงมาคือ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 14% และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 8% ในขณะที่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT คาดว่าจะได้รับประโยชน์น้อยที่สุดเนื่องจากโรงแรมส่วนใหญ่ตั้งอยู่ต่างประเทศ

นอกจากกลุ่มโรงแรมแล้ว บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์รายหลักจากโครงการ Thailand Air Connect จากจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินระหว่างประเทศที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น รวมถึงสายการบินต่าง ๆ เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI, บริษัท เอเชีย แอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ก็น่าจะได้รับประโยชน์เช่นกัน

เฉพาะโครงการ Fly Thai All the Feeling ที่มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนสายการบิน ซึ่งคาดว่า AAV จะได้รับประโยชน์มากที่สุดเนื่องจากมีเครือข่ายเส้นทางบินในประเทศที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสัดส่วนรายได้ 50% มาจากเที่ยวบินภายในประเทศ

กลยุทธ์การลงทุน มองหุ้นเด่นของกลุ่มท่องเที่ยวยังคงเลือก AOT จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง รวมถึง CENTEL และ MINT ที่ราคาหุ้นยังคงปรับตัวช้ากว่าหุ้นโรงแรมตัวอื่น