วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ 17 ก.ค. 2569 ปิดบวก 0.76 จุด ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าสวนทางภูมิภาค กลุ่มชิ้นส่วนฯยังกดดัน

"หุ้นไทย" เช้านี้ 17 ก.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,636.05 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.76 จุด หรือ 0.05% นักวิเคราะห์ชี้แม้เผชิญแรงกดดันจากหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศและตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับตัวลงในแดนลบ แต่ยังได้รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ต่างชาติช่วยพยุงดัชชี

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (17 ก.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าที่ 1,636.05 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.76 จุด หรือ 0.05% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,637.25 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,628.60 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 54,343.09 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. GULF ราคาปิด 67.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 6.35% มูลค่าซื้อขาย 12,552.82 ล้านบาท
     
  2. DELTA ราคาปิด 299.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 1.64% มูลค่าซื้อขาย 2,934.17 ล้านบาท
     
  3. PTTEP ราคาปิด 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.05% มูลค่าซื้อขาย 2,157.03 ล้านบาท
     
  4. ADVANC ราคาปิด 377.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.53% มูลค่าซื้อขาย 2,032.21 ล้านบาท
     
  5. KBANK ราคาปิด 234.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.43% มูลค่าซื้อขาย 1,702.02 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังได้รับแรงกดดันจากการปรับพอร์ตในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ หลังตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับรายจ่ายลงทุน (CAPEX) ของบริษัทชั้นนำในระดับสูง แม้ผลประกอบการของ TSMC จะเติบโตต่อเนื่อง

ปัจจัยต่างประเทศ ตลาดมีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์แกว่งตัวอยู่ในระดับ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยในประเทศ ตลาดทุนไทยได้ปัจจัยหนุนจากนโยบายการจัดทำกรอบกติกาเพื่อดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ให้เข้ามาจดทะเบียนระดมทุนในไทยเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดทุนไปสู่กลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy)

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสนับสนุนพลังงานสะอาดของรัฐบาล โดยเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct PPA) ร่วมกับการจัดเตรียมประกาศแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ภายใน 2 เดือน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สร้างผลเชิงบวกแก่กลุ่มนิคมฯและผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน

ขณะที่แนวโน้มดัชนีวันนี้ (17 ก.ค.) คาดแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,620 จุด แนวต้าน 1,645 จุด

โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตามอง ได้แก่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ของยุโรปประจำเดือน มิ.ย. ซึ่งคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอย่างผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มกำไรดีและให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง เช่น IT ที่มีทิศทางการฟื้นตัวของธุรกิจอย่างเด่นชัด จากสถานะการแข่งขันที่แข็งแกร่งและวัฏจักรการเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟนรอบใหม่ อีกด้านหนึ่งมอง ERW จากรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโต และได้รับปัจจัยเสริมจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภาครัฐในอนาคต