‘หุ้นเอเชีย’ ดิ่ง ตามตลาดสหรัฐ ดัชนี ‘เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น’ นำทีมทรุด Kospi -6.37% ส่วน Nikkei 225 -2.84% รับแรงกดดันชิป สงครามปะทุ
สำนักข่าวซีเอ็นบรีซีรายงาน “ตลาดหุ้นเอเชีย” (17 ก.ค.) เปิดตลาดเข้าสู่แดนลบ โดยได้รับแรงกดดันโดยตรงจากฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ และชิป รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
ดัชนี ‘หุ้นเอเชีย’
เกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI ปิดตลาดดิ่งลงรุนแรงที่สุดในภูมิภาค โดยทรุดตัวลงถึง -463.81 จุด หรือลดลง -6.37% มาอยู่ที่ระดับ 6,820.60 จุด
ญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลดลงอย่างหนักเช่นกัน โดยร่วงลง -1,904.40 จุด หรือลดลง -2.85% ลงมาอยู่ที่ 64,931.14 จุด
หลังจากที่หุ้นยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนอย่าง SoftBank ทรุดตัวลงถึง 8% ตามกระแสการเทขายหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สำหรับ ‘จีน’ ดัชนี Shanghai Composite ขยับลงเล็กน้อยแบบทรงตัว โดยลบไป -2.586 จุด หรือ -0.07% อยู่ที่ 3,879.827 จุด
2 ปัจจัยกดดันตลาด
1.การดิ่งลงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
กองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH) ร่วงลงกว่า 6% ในสัปดาห์นี้ นำโดยบริษัทชิปชั้นนำอย่าง Astera Labs ลดลง 23% , Marvell Technology ลดลง 20% และ Arm Holdings ลดลง 19% ประกอบกับผลประกอบการและมุมมองการใช้จ่ายที่ผสมผสานของ Taiwan Semiconductor (TSMC) ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะเทขายเพื่อลดความเสี่ยง
2.ความตึงเครียดในภูมิรัฐศาสตร์
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากทางอิหร่านออกคำเตือนว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากโครงสร้างพื้นฐานของตนถูกโจมตีโดยสหรัฐ ภายใต้คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลดลงอย่างเห็นได้ชัด


