วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (16 ก.ค. 2569) ปิดบวก 7.06 จุด PPI สหรัฐดีกว่าคาด ลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ย

"หุ้นไทย" เช้านี้ (16 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,637.27 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.06 จุด หรือคิดเป็น 0.43% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจาก PPI ของสหรัฐเดือน มิ.ย. ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย

"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (16 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,637.27 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.06 จุด หรือคิดเป็น 0.43% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,639.65 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,629.34 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 43,930.84 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. TOP ราคาปิด 60.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 6.19% มูลค่าซื้อขาย 2,338.16 ล้านบาท
     
  2. KBANK ราคาปิด 234.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.30% มูลค่าซื้อขาย 2,251.93 ล้านบาท
     
  3. GULF ราคาปิด 63.25 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.39% มูลค่าซื้อขาย 2,117.09 ล้านบาท
     
  4. PTTEP ราคาปิด 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 1,813.49 ล้านบาท
     
  5. BBL ราคาปิด 202.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 1.76% มูลค่าซื้อขาย 1,737.88 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้แรงหนุนจากดัชนีราคาผู้ผลิตหรือ PPI เดือน มิ.ย. ของสหรัฐ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ถือเป็นวันที่สองติดต่อกันที่แรงกดดันเงินเฟ้อในฝั่งสหรัฐมีการปรับตัวลงอย่างชัดเจน

โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค. เหลือเพียงแค่ 11% จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 16% มองกระบวนการดังกล่าวหากเกิดขึ้นต่อจะกลายมาเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาสินทรัพย์ต่างๆ ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวต่อคาดการณ์ดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยยังเผชิญปัจจัยกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากสหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเพิ่มเติม โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าจะยกระดับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนกว่าอิหร่านจะยุติการโจมตีเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยินยอมเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าว

ประเมินปัจจัยดังกล่าวคงเป็นสัญญาณรบกวนบรรยากาศการลงทุน และทำให้ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับลงได้ยากในระยะสั้น โดยหากราคา Brent ยังสามารถทรงตัวอยู่แถวบริเวณ 85-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลโดยที่ไม่ปรับตัวขึ้นไปมากกว่านี้ ตัวเลขเงินเฟ้อที่จะประกาศออกมาของเดือน ก.ค. จะไม่น่ากังวลนัก

ขณะที่แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป แกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,618 จุด และแนวต้าน 1,648 จุด 

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำกลุ่มโรงไฟฟ้า ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC กลุ่มธนาคาร ได้แก่ BBL, KKP, KBANK, SCB กลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BH, BDMS, CHG กลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ OSP, ICHI, SAPPE และกลุ่มปศุสัตว์ ได้แก่ CPF, TFG, BTG

หุ้นเด่นประจำวันแนะนำ ADVICE จากโอกาสธุรกิจใหม่ที่เป็นโมเดลการเติบโตในรูปแบบใหม่จากการเป็นศูนย์ซ่อม Apple ต่อมาคือ GUNKUL ที่ได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่คุณค่าของวงจรรายจ่ายฝ่ายทุนของปัญญาประดิษฐ์ และ KTC ที่ได้รับจิตวิทยาเชิงบวกจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ เฟด ที่ชะลอตัวลง